จังหวัดนนทบุรี — ครอบครัวของนายธาตรี (ชื่อเล่น/นามสกุลไม่ระบุ) อดีตผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการที่ทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่มานานกว่า 22 ปี ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนหลังถูกให้ออกจากงานโดยอ้างเหตุกล่าวหาว่าทุจริตและลักทรัพย์ ซึ่งครอบครัวระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมและเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดจนกลายเป็น ผู้ป่วยติดเตียง ภายในระยะเวลาอันสั้น
เหตุการณ์และข้อพิพาท
ตามคำเล่าของนางสาวแววดาว ภรรยาของผู้ถูกเลิกจ้าง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่สามีของเธอไปตรวจความเรียบร้อยของร้านอาหารสาขาหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์และนำอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อกระจายให้สาขาอื่นเพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัท แต่ปรากฏว่ายังมีอุปกรณ์บางชิ้นเหลือในท้ายรถจำนวนหนึ่งรวมมูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการระบุว่ามีการรับหรือยักยอกทรัพย์ของบริษัท และนำไปสู่การเรียกให้เซ็นรับผิดด้วยความกดดัน
ครอบครัวระบุว่า นายธาตรีเคยมีประวัติการทำงานที่ดี ไม่มีพฤติกรรมทุจริต และมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ได้แก่ โรคตับและกระดูกเสื่อม ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลาปฏิบัติงานไปรักษาตามแพทย์บ่อยครั้ง ก่อนจะถูกฝ่ายทรัพยากรบุคคลเรียกคุยเรื่อยมาและกดดันให้ลาออก
ผลกระทบทางสุขภาพและครอบครัว
นางสาวแววดาวกล่าวว่า หลังถูกกล่าวหาและเหตุการณ์ที่ตามมา สุขภาพของสามีทรุดลงอย่างรวดเร็วจากอาการเดิม ทำให้ปัจจุบันต้องนอนติดเตียง ครอบครัวได้รับผลกระทบทั้งด้านจิตใจและรายได้ พร้อมทั้งกังวลต่อระยะเวลาดำรงชีวิตที่อาจเหลือน้อยลงจากการเจ็บป่วยรุนแรง
มุมมองทางกฎหมาย
ทนายความของครอบครัว ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีลักษณะการใช้เทคนิคทางกฎหมายเชิงสร้างภาระหรือแรงกดดันต่อพนักงาน จึงต้องนำเรื่องไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลเพื่อขอความเป็นธรรมและเรียกร้องสิทธิของลูกจ้าง
"เรื่องนี้มีการใช้เทคนิคทางกฎหมายในการสร้างภาระให้ลูกจ้าง จึงต้องไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาล เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัว"
ข้อเท็จจริงสั้น ๆ
| ประเด็น | ข้อมูลจากครอบครัว/แหล่งข่าว |
|---|---|
| ระยะเวลาทำงาน | 22 ปี |
| เหตุการณ์จุดเริ่ม | การตรวจร้านอาหารสาขา ราชพฤกษ์ (มีอุปกรณ์คงเหลือ 1 ถุง) |
| มูลค่าสิ่งของที่อ้าง | ไม่เกิน 1,000 บาท |
| สถานะปัจจุบัน | เลิกจ้าง / ผู้ป่วยติดเตียง |
แนวทางการเรียกร้องสิทธิและคำแนะนำสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
กรณีแรงงานถูกกล่าวหาและเลิกจ้างในลักษณะคล้ายกรณีนี้ ลูกจ้างมีสิทธิที่จะทำตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คืนความเป็นธรรม โดยขั้นตอนทั่วไปที่มักทำได้มีดังนี้
- รวบรวมหลักฐานการทำงาน เอกสารการรักษา และบันทึกการลางานหรือการติดต่อกับบริษัท
- ปรึกษาทนายความด้านแรงงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินกรณี
- ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานหรือหน่วยงานคุ้มครองแรงงานหากเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
- พิจารณาการขอค่าชดเชย ค่าความเสียหาย หรือการเยียวยาทางกฎหมายตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี รายละเอียดของคดีและผลทางกฎหมายขึ้นกับหลักฐานที่แต่ละฝ่ายนำสืบต่อศาล ซึ่งการชี้ชะตาจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ผลต่อชุมชนในพื้นที่นนทบุรี
คดีลักษณะนี้สะท้อนปัญหาความเปราะบางของแรงงานสูงอายุหรือพนักงานที่มีปัญหาสุขภาพ รวมทั้งการจัดการภายในองค์กรที่อาจใช้วิธีการกดดันหรือบริหารความเสี่ยงของพนักงานที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงานในพื้นที่ นำไปสู่ความกังวลในชุมชนเรื่องสิทธิแรงงานและการคุ้มครองพนักงาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรได้รับการสนับสนุนทั้งทางกฎหมายและบริการสาธารณสุขตามสมควร
เรื่องราวนี้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าทางคดีและคำชี้แจงจากบริษัทต้นสังกัด หากมีเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย ทีมข่าว WE NEWS ประจำจังหวัดนนทบุรีจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป