วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ออกประกาศให้บางพื้นที่ในอำเภอเมืองนนทบุรีและอำเภอปากเกร็ดเป็น เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) หลังจากฝนตกต่อเนื่องร่วมกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในชุมชนและพื้นที่พักอาศัยหลายแห่ง ทั้งนี้การประกาศมีผลเพื่อให้หน่วยงานราชการ องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้มาตรการช่วยเหลือได้ทันทีตามอำนาจหน้าที่
พื้นที่ได้รับผลกระทบและขอบเขตการประกาศ
การประกาศครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของทั้งสองอำเภอ โดยระบุรายตำบลที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
- อำเภอเมืองนนทบุรี (เทศบาลนครนนทบุรี) ได้แก่ ตำบลสวนใหญ่, ตำบลบางเขน, ตำบลบางกระสอ, ตำบลตลาดขวัญ, ตำบลท่าทราย
- อำเภอปากเกร็ด (เทศบาลนครปากเกร็ด) ได้แก่ ตำบลปากเกร็ด, ตำบลบางพูด, ตำบลบางตลาด, ตำบลคลองเกลือ, ตำบลบ้านใหม่
| อำเภอ | เขตเทศบาล | จำนวนตำบลที่ประกาศ |
|---|---|---|
| เมืองนนทบุรี | เทศบาลนครนนทบุรี | 5 ตำบล |
| ปากเกร็ด | เทศบาลนครปากเกร็ด | 5 ตำบล |
เหตุผลและผลกระทบต่อประชาชน
สาเหตุหลักของสถานการณ์ครั้งนี้มาจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูง ทำให้ระบบระบายน้ำในบางพื้นที่ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ ส่งผลให้น้ำท่วมขังในถนนและบ้านเรือนของประชาชนบางชุมชน การประกาศสถานะสาธารณภัยจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยยังเป็นการเปิดช่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการได้ตามกฎหมายและมาตรการที่กำหนด ทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านที่พักพิง ชุดอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการซ่อมแซมความเสียหายเบื้องต้น
แนวทางการดำเนินงานจากหน่วยงานท้องถิ่น
ประกาศดังกล่าวมุ่งหมายให้เทศบาลและอำเภอประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที โดยเน้นการประเมินความเสียหายและเร่งให้บริการด้านสาธารณภัย รวมทั้งจัดเตรียมศูนย์อพยพหรือจุดพักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
"ประกาศให้พื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองนนทบุรีและอำเภอปากเกร็ดเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย)"
การใช้ข้อความดังกล่าวเป็นไปตามประกาศที่ออกมาเพื่อระบุสถานะของพื้นที่และความจำเป็นในการเร่งให้การช่วยเหลือ
คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่
- ติดตามประกาศจากเทศบาล อำเภอ และหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
- เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น ยา อาหาร น้ำดื่ม และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หากไม่จำเป็น
- หากได้รับผลกระทบ ให้ติดต่อหน่วยงานช่วยเหลือของท้องถิ่นเพื่อนำส่งความช่วยเหลือ
ผลต่อการบริหารงานของหน่วยงานท้องถิ่น
การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยยังส่งผลให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องเร่งประเมินความเสียหายและจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบการประสานงานด้านการดำเนินการบรรเทาภัยและมาตรการฟื้นฟูในระยะถัดไป
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรียังต้องติดตามตัวแปรด้านสภาพอากาศและการระบายน้ำ ซึ่งจะส่งผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ในช่วงวันข้างหน้า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการเพื่อความปลอดภัย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศเตรียมเครื่องมือและกำลังพลเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยมุ่งเน้นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและปลอดภัย