รัฐบาลแถลงผลงานการแก้ไขปัญหาโรงแรมที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตในจังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่าในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดสามารถยุติปัญหาค้างพิจารณาจำนวนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนโรงแรมที่ยังไม่ผ่านการอนุญาตลดลงเหลือเพียง 117 แห่ง จากทั้งหมดเดิมที่มีการสะสมตั้งแต่ปี 2561
ตัวเลขสำคัญและกรอบระยะเวลา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการดำเนินงานที่เชื่อมโยงนโยบายของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า จังหวัดภูเก็ตมีโรงแรมที่ค้างการพิจารณาอนุญาตตั้งแต่ปี 2561 จำนวน 392 แห่ง ขณะนี้ทางจังหวัดได้พิจารณาและออกใบอนุญาตแล้วจำนวน 275 แห่ง เหลือค้างอีก 117 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน กันยายน 2569
ทิศทางการแก้ปัญหาและการปรับปรุงกฎหมาย
รองโฆษกชี้ว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังติดขัดจากข้อกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ขณะนี้มีการรวบรวมข้อมูลปัญหาและอุปสรรคเพื่อนำเสนอปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องและเป็นธรรมมากขึ้น โดยรัฐบาลย้ำว่าความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นหัวใจสำคัญ ขณะเดียวกันต้องการให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องโดยปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 และต้องการให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ ปราศจากการเรียกรับ”
การบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบ
การดำเนินการของภาครัฐไม่ได้จำกัดเพียงการออกใบอนุญาตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีหรือความผิดตามกฎหมาย โดยมีการนำคดีบางส่วนเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ และมีคดีหลายกรณีที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่า ทุกคดีไม่มีการละเว้น หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและชุมชน
การเร่งรัดออกใบอนุญาตส่งผลต่อความมั่นใจในภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ต ประกอบกับการปลดล็อกสถานะทางกฎหมายจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐ เช่น การยื่นขอสินเชื่อ การต่อสัญญาจ้างงาน และการร่วมลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมลภาวะต่อชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่โรงแรมกระจุกตัว
- จำนวนโรงแรมค้างพิจารณาตั้งแต่ปี 2561: 392 แห่ง
- จำนวนที่ออกใบอนุญาตแล้ว: 275 แห่ง
- จำนวนที่คงค้างคาดเสร็จภายในกันยายน 2569: 117 แห่ง
ประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้ตัวเลขที่ประกาศจะเป็นสัญญาณบวก แต่มีหลายประเด็นที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกฎหมายและระเบียบ การป้องกันการทุจริตหรือการใช้โครงสร้างนอมินี และการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับส่วนกลางเพื่อให้การตรวจสอบและออกใบอนุญาตเป็นไปอย่างรัดกุมและโปร่งใส
| ประเด็น | ผลกระทบ |
|---|---|
| การออกใบอนุญาตจำนวนมากภายในเวลาอันสั้น | เพิ่มความชัดเจนให้ผู้ประกอบการและนักลงทุน |
| การรวบรวมปัญหาเพื่อนำแก้กฎหมาย | อาจช่วยลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบในระยะยาว |
| การสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง | ส่งสัญญาณการบังคับใช้กฎหมายและความโปร่งใส |
ในมุมท้องถิ่น การเร่งรัดออกใบอนุญาตจะเชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ การแก้ปัญหาดังกล่าวยังเกี่ยวพันกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัย การจัดการสิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์ของจังหวัดในระดับสากล
สำหรับผู้ประกอบการและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามประกาศและแนวทางปฏิบัติจากจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมเอกสารและดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ขณะเดียวกันภาครัฐควรเร่งประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและช่องทางการยื่นขออนุญาตให้ชัดเจน เพื่อลดความสับสนและความหน่วงของกระบวนการ
ข่าวความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามในการจัดการปัญหาที่สะสมมาหลายปี หากการดำเนินการต่อจากนี้เป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ ภูเก็ตอาจเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติรายได้และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน