จังหวัดเพชรบูรณ์ — นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และหนึ่งในกรรมการที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ยังไม่สามารถตกลงกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับปีการผลิต 2569/70 ได้ตามที่ฝ่ายเกษตรกรเสนอ
เหตุผลและการเจรจาในที่ประชุม
ตามข้อมูลจากที่ประชุม ฝ่ายสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอราคารับซื้อข้าวโพดที่ความชื้นร้อยละ 30 ไว้ที่ 7.50 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านรายได้และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปลูก แต่ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์เสนอราคาเบื้องต้นที่ 7.15 บาทต่อกิโลกรัม โดยยึดข้อมูลต้นทุนการผลิตที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นฐาน
การพิจารณาไม่ได้จบลงเมื่อสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์แสดงความเห็นคัดค้าน ซึ่งระบุว่าต้นทุนการผลิตข้าวโพดของเกษตรกรมีแนวโน้มลดลงและอาจต่ำกว่าตัวเลขที่เสนอเข้ามา ทั้งนี้ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรชี้ให้เห็นแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขต้นทุนและผลสรุปชั่วคราว
จากข้อมูลที่นำเสนอในที่ประชุม ต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
| ปี | ต้นทุน (บาท/กก.) |
|---|---|
| 2567 | 7.13 |
| 2568 | 7.08 |
| 2569 (คาดการณ์) | 7.03 |
ด้วยความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างฝ่ายที่เสนอราคาและฝ่ายคัดค้าน ทำให้ที่ประชุมเห็นควรให้เร่งจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตที่สะท้อนสภาพจริงของเกษตรกรก่อนนำกลับมาพิจารณาใหม่ เป็นผลให้ที่ประชุมตัดสินใจใช้ประกาศราคารับซื้อปี 2568 เป็นมาตรการชั่วคราว โดยกำหนดราคาที่ความชื้นร้อยละ 30 ไว้ที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม
คำขอโทษและความกังวลของเกษตรกร
"ต้องขอโทษเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดที่ครั้งนี้ยังไม่สามารถผลักดันราคารับซื้อที่ 7.50 บาทต่อกิโลกรัม ตามที่ได้หารือและเสนอไว้ได้"
นายเทพกล่าวคำขอโทษต่อกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่าจะเดินหน้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมและเหมาะสมต่อไป ทั้งยังเน้นการเร่งจัดทำข้อมูลต้นทุนที่แม่นยำเพื่อใช้เป็นฐานประกอบการพิจารณาราคาในครั้งต่อไป
ผลกระทบต่อเกษตรกรและแนวทางปฏิบัติ
การคงราคารับซื้อแบบชั่วคราวอาจทำให้เกษตรกรบางส่วนไม่แน่ใจในแผนการปลูกและการจัดการต้นทุนสำหรับฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีต้นทุนการผลิตสูงหรือมีภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้น ผู้ปลูกข้าวโพดควรเฝ้าติดตามประกาศของคณะกรรมการ และอาจพิจารณาปรับวิธีการจัดการต้นทุน เช่น
- ตรวจสอบต้นทุนปัจจุบันและบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนสภาพจริงเมื่อหน่วยงานรอการตรวจสอบ
- หารือร่วมกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่หรือสหกรณ์ เพื่อรวมอำนาจต่อรองและลดต้นทุนผ่านการรวมจัดซื้อปัจจัยการผลิต
- สำรวจช่องทางการตลาดเสริม เช่น การขายตรงหรือแปรรูปลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
ความคาดหวังและขั้นตอนต่อไป
บทสรุปจากที่ประชุมคือการมอบหมายให้เร่งจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของเกษตรกรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ นบขพ. สามารถพิจารณากำหนดราคารับซื้ออย่างรัดกุมต่อไป ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรเกษตรกรจะต้องร่วมมือกันจัดทำฐานข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
สำหรับเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ การติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดและการร่วมมือกันภายในพื้นที่ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงระยะสั้นจนกว่าจะได้ราคาที่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง