รัฐลงพื้นที่ภูเก็ต เร่งแก้ค้างการออกใบอนุญาตโรงแรม
จังหวัดภูเก็ตอยู่ในความสนใจของหน่วยงานส่วนกลางหลังมีการเร่งตรวจสอบและเคลียร์คำขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ที่ค้างการพิจารณานานหลายปี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและมอบนโยบายเชิงบังคับเพื่อแก้ปัญหาที่สะสม
ตามข้อมูลจากการลงพื้นที่ แจ้งว่าก่อนหน้านี้มีคำขอค้างพิจารณาประมาณ 400–500 คำขอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อการลงทุน การจัดเก็บรายได้ของรัฐ และการสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริหารจัดการท้องถิ่น ขณะนี้มีการเร่งตรวจสอบจนลดลงเหลือเพียง 117 คำขอ และตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569
เป้าหมายเชิงนโยบายและผลกระทบต่อท้องถิ่น
การจัดการคำขอที่ค้างนานมีความหมายต่อภูเก็ตในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว การเพิ่มรายได้ภาษี และการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ โดยรัฐบาลมองว่าการลดอุปสรรคด้านกฎหมายและระเบียบที่ไม่จำเป็นจะช่วยลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์ และทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
การดำเนินการเชิงปฏิบัติ
จากการประชุมในพื้นที่ ฝ่ายปกครองจังหวัดได้สรุปปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนำผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอนุญาต ได้แก่
- ความขัดข้องของกฎหมายควบคุมอาคาร
- การบูรณาการฐานข้อมูลหน่วยงานที่ยังไม่สมบูรณ์
- ผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ยังไม่คลี่คลาย
- ประเด็นอาคารชุดและการจัดสรรที่ดิน
- ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ
หากหน่วยงานใดพบว่ากฎเกณฑ์หรือระเบียบใดเป็นอุปสรรคที่สามารถปรับปรุงได้ รัฐบาลจะรวบรวมและศึกษาเพื่อหาแนวทางลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ
“ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย”
เป็นหนึ่งในข้อความที่ถูกย้ำโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อกล่าวถึงการจัดระเบียบพื้นที่และการดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล รวมทั้งการฟื้นฟูความเป็นธรรมในการบริหารพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น กรณีหาดบางเทาที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการ
ตัวเลขสำคัญและกรอบเวลา
สรุปสถานะปัญหาและเป้าหมายที่ได้รับการเปิดเผยจากการลงพื้นที่
| รายการ | ตัวเลข/สถานะ |
|---|---|
| คำขอที่ค้างก่อนหน้านี้ | ประมาณ 400–500 คำขอ |
| คำขอที่เหลือ ณ ขณะนี้ | 117 คำขอ |
| กรอบเวลาที่ตั้งเป้า | เสร็จภายในกันยายน พ.ศ. 2569 |
แนวทางเป็นโมเดลขยายผลทั่วประเทศ
รัฐเห็นว่าแนวทางการแก้ปัญหาในภูเก็ตอาจเป็นโมเดลนำร่องในการบริหารจัดการปัญหาใบอนุญาตค้างในพื้นที่อื่น ทั้งการบูรณาการข้อมูล การปรับปรุงระเบียบที่ซ้ำซ้อน และการแก้ไขจุดอ่อนด้านกฎหมายที่เปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ หากสำเร็จจะเป็นแบบอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้กับจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ
มุมมองต่อผู้ประกอบการและชุมชน
การแก้ไขคำขอที่ค้างจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ชอบด้วยกฎหมายสามารถวางแผนธุรกิจและลงทุนต่อได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เป็นการตอบโจทย์การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
การติดตามผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงเดือนถัดไปเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปตามกรอบเวลาที่ประกาศและไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินงานเชิงตัวเลข แต่ต้องสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ทั้งในมิติการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของภาคท้องถิ่น
บทบาทของประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคมจึงยังคงสำคัญในการติดตามให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใสและยั่งยืน