เหตุการณ์และการเฝ้าระวัง
สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงถูกติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเกิดการลุกลามในหลายพื้นที่และมีควันปกคลุมจนกระทบต่อทัศนวิสัยการสัญจร เจ้าหน้าที่ระบุว่ากระแสลมแรงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟขยายวงกว้างและพัดควันไปยังชุมชนใกล้เคียง ทั้งในพื้นที่ อำเภอชะอวดตอนล่าง และ อำเภอหัวไทร ของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงมีควันพัดเข้าพื้นที่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ด้วย
สภาพหน้างานที่ทำให้ควบคุมยาก
เจ้าหน้าที่ระบุว่าปัญหาหลักที่ทำให้การดับไฟยากคือสภาพอากาศที่ร้อนจัดและระดับน้ำผิวดินที่อยู่ในสภาพติดลบ ทำให้พื้นป่าพรุแห้งและติดไฟง่าย ข้อสังเกตจากผู้ปฏิบัติงานคือระดับน้ำผิวดินติด -1 เมตร ซึ่งทำให้ความชื้นในพื้นที่ลดลงและส่งผลให้ไฟลุกลามได้เร็วขึ้น ยิ่งเมื่อลมกระโชกแรงเข้ามาเพิ่มความยากในการควบคุมเพลิง
การระดมกำลังและเครื่องมือ
นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สั่งการให้ระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ฝ่ายปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติการควบคุมและดับไฟอย่างเร่งด่วน เพื่อจำกัดวงเพลิงและลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
ในทางปฏิบัติ องค์การบริหารส่วนตำบลเคร็งได้ประสานนำรถน้ำจากหลายท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอชะอวดมาเข้าร่วมภารกิจรวมกว่า 12 คัน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินยังฉีดน้ำและจัดทำแนวป้องกันไฟเพื่อลดการลุกลาม ส่วนการสนับสนุนทางอากาศมีการนำเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นบินสำรวจ เพื่อให้ภาพรวมของจุดเกิดไฟและทิศทางการลุกลามชัดเจนขึ้น
บทบาทหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงานเป็นจุดเน้นของการปฏิบัติ โดยมีการจัดประชุมที่ศูนย์บัญชาการกองอำนวยการควบคุมไฟป่าควนเคร็งเพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ล่าสุด ประเมินพื้นที่เสี่ยง และกำหนดแนวทางปฏิบัติงานจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจทางอากาศ
- การขึ้นสำรวจทางอากาศเพื่อระบุจุดความร้อนและกลุ่มควัน
- การประสานรถน้ำจาก อบต. และหน่วยงานท้องถิ่น
- การจัดแนวกันไฟและฉีดน้ำจากภาคพื้นดิน
ผู้เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์
นายวิกัญจนณัฎฐ์ บุญดำ รักษาการหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ให้ข้อมูลว่าแม้เจ้าหน้าที่จะพยายามควบคุม แต่สภาพภูมิอากาศและระดับน้ำผิวดินลดต่ำลงทำให้การดับเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่ยังไม่ละความพยายามในการควบคุมเพลิงและป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์
พื้นที่ได้รับผลกระทบและแนวทางปฏิบัติ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักเป็นเขตป่าพรุและพื้นที่รอบข้างที่มีชุมชน การที่ควันไฟปกคลุมทำให้ทัศนวิสัยการจราจรบางสายแทบมองไม่เห็น เจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำการประสานงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงพื้นที่ควันและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ
| พื้นที่ | บทบาท |
|---|---|
| อ.ชะอวด (ตอนล่าง) | จุดเกิดเพลิงหลัก ร่วมส่งรถน้ำ 12 คัน |
| อ.หัวไทร | บริเวณที่มีควันกระจายและต้องเฝ้าระวัง |
| อ.ระโนด จ.สงขลา | ได้รับผลกระทบจากควันพัดเข้า |
ผลกระทบและคำแนะนำ
จังหวัดยืนยันว่าการระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเฝ้าระวังข้อมูลจากทางราชการ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางควัน และเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพหากมีผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ
การเกิดไฟป่าพรุในครั้งนี้สะท้อนความอ่อนไหวของระบบนิเวศพรุต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพน้ำและสภาพอากาศ ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นและระดับจังหวัดจำเป็นต้องประเมินมาตรการระยะยาวในการป้องกันและฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต