วันที่ 23–24 กันยายน พ.ศ.2569 ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งจากคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งใน อำเภอเมืองพัทลุง เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหลังจากมีอาการอักเสบบริเวณจมูกภายหลังการร้อยไหมเสริมจมูก โดยกล่าวหาว่าเส้นที่นำมาใช้ไม่ใช่ไหมละลายตามที่โฆษณา แต่เป็น สายเอ็นเบ็ดตกปลา ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อและต้องรับการรักษาเพิ่มเติมจากคลินิกอื่น
ผู้เสียหายเรียกร้องความรับผิดชอบ
หนึ่งในผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่าได้รับคำแนะนำจากเพื่อนเมื่อปี พ.ศ.2565 ว่าคลินิกดังกล่าวมีโปรโมชั่นร้อยไหมแถมราคาถูก จึงตัดสินใจเข้ารับบริการโดยได้รับคำยืนยันจากพนักงานว่าเป็นไหมละลายภายใน 2 ปี แต่หลังเวลาผ่านไปเส้นไหมไม่ละลายและต่อมาเริ่มมีอาการเจ็บจนต้องขอให้คลินิกเอาเส้นออก แต่คำขอนั้นถูกปฏิเสธ
ผู้เสียหายระบุว่าเมื่อไปให้คลินิกอื่นช่วยนำเส้นที่ทำให้เกิดปัญหาออกพบว่าเป็น สายเอ็น ทั้งหมด 4 เส้น ซึ่งตรงกับที่ผู้เสียหายรายอื่นๆ พบเช่นกัน ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาแผลที่เกิดขึ้น
"ถ้ามีแบบนี้ทุกเคสหมอก็ตายแหละ"
ข้อความดังกล่าวเป็นคำพูดที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้รับจากบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับคลินิก เมื่อขอให้คลินิกรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่คลินิกยังปฏิเสธความรับผิดชอบและไม่ได้ให้การช่วยเหลือในการรักษาต่อเนื่อง
ผลตรวจสอบของหน่วยงานสาธารณสุข
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง (สสจ.พัทลุง) แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจสอบเบื้องต้นและพบว่า คลินิกแห่งนี้ได้ยื่นขอเปิดเป็นคลินิกเสริมความงามไว้ แต่ กระบวนการยังไม่ได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่าที่ตั้งยังไม่ผ่านการรับรองตามกฎหมายและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ
สำหรับตัวบุคลากรที่ปฏิบัติงาน พบว่าแพทย์บางรายมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่พื้นที่ประกอบการยังไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องเร่งตรวจสอบเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้และขั้นตอนการปฏิบัติการรักษาเพื่อให้ชัดเจนต่อไป
คำแนะนำและการดำเนินคดี
สสจ.พัทลุงแนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อให้มีการชี้ชัดความรับผิดชอบและเรียกร้องค่าเสียหาย ในขณะเดียวกันจะมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิกว่าผ่านมาตรฐานด้านการแพทย์หรือไม่
- ผู้เสียหาย ควรรวบรวมหลักฐานการรับบริการ ใบเสร็จ รูปถ่ายสภาพร่างกายก่อนและหลัง และรายงานแพทย์หรือใบรับรองการรักษา
- หน่วยงานสาธารณสุข มีหน้าที่ตรวจสอบการอนุญาตสถานที่และคุณภาพผลิตภัณฑ์
- ผู้บริโภค ควรเช็กสถานะคลินิกและใบอนุญาตของผู้ให้บริการก่อนเข้ารับบริการเสริมความงาม
ผลกระทบเชิงสังคมและความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ยกคำถามต่อความปลอดภัยของธุรกิจความงามที่เปิดในพื้นที่ว่าได้รับการกำกับดูแลเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดหรือการใส่วัสดุเข้าไปในร่างกาย ซึ่งหากไม่เป็นไปตามมาตรฐานอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาว
| ประเด็น | ข้อมูลจากผู้เสียหาย |
|---|---|
| จำนวนผู้เสียหายที่แจ้งเบื้องต้น | อย่างน้อย 3 ราย |
| วัสดุที่พบเมื่อเอาออก | สายเอ็นเบ็ดตกปลา (ไม่ใช่ไหมละลาย) |
| สถานะคลินิก | ยื่นขอเปิดแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต |
ผู้เสียหายได้ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งเชิงมาตรฐานสถานที่ กระบวนการให้บริการ และที่มาของวัสดุที่นำมาใช้ ขณะที่ประชาชนที่คิดจะเข้ารับบริการเสริมความงามควรตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการและผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงขอข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของวัสดุที่ใช้ก่อนตัดสินใจ
ข่าวนี้อยู่ระหว่างการติดตามผลการตรวจสอบจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงและการดำเนินคดีของผู้เสียหายที่ได้เข้าแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง