โมเดลเชื่อมคน-ของ-ตลาด ยกระดับควายทะเลน้อยเป็นสินค้าและประสบการณ์
โครงการวิจัยภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ซึ่งนำโดย มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้พัฒนากลยุทธ์เพื่อยกระดับวิถีการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ให้เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมุ่งสร้างห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ที่ชัดเจนและยั่งยืน
งานวิจัยระบุว่าในช่วงปี พ.ศ. 2568-2569 โมเดลดังกล่าวช่วยทำให้รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 15 ภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้งยังช่วยผลักดันให้จังหวัดขึ้นบัญชีวิถีควายเลน้อยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดในปี พ.ศ. 2569
บทบาทของควายในระบบนิเวศและความท้าทายทางธุรกิจ
ข้อมูลการศึกษาชี้ว่าฝูงควายในทะเลน้อยทำหน้าที่เหมือน "วิศวกรชีวภาพ" ของระบบนิเวศ ช่วยกำจัดวัชพืชน้ำ เปิดทางน้ำ ป้องกันการตื้นเขินของทะเลสาบ และสร้างแนวกันไฟธรรมชาติในช่วงนอกฤดูฝน อีกทั้งมูลควายยังเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสิ่งมีชีวิตน้ำขนาดเล็ก
อย่างไรก็ดี รูปแบบการเลี้ยงควายที่ยังเป็นเกษตรกรรมแบบอนุรักษ์และพึ่งพาแรงงานเป็นหลัก ทำให้ผู้เลี้ยงเผชิญต้นทุนแฝงสูงในฤดูน้ำหลาก เช่น ค่าน้ำมันเรือหางยาวที่แปรผันและราคาฟางที่ปรับสูงขึ้นจากปกติ ประกอบกับราคาขายควายมีชีวิตที่ลดลงอย่างมากเนื่องจากการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง
แนวทางการยกระดับที่นำมาใช้
ทีมวิจัยได้นำแนวปฏิบัติและมาตรการหลายด้านมาเชื่อมต่อเพื่อแปรวิถีเกษตรกรรมให้เป็นธุรกิจที่มีมูลค่า โดยหลัก ๆ ประกอบด้วย:
- การจัดตั้งคอกอนุบาลและคอกขุนเพื่อควบคุมคุณภาพและสุขภาพสัตว์
- การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผลพลอยได้ของควายและวัสดุภายในท้องถิ่น
- การพัฒนา "ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์" ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วิถีควายปลักและระบบนิเวศทะเลน้อย
"โมเดลนี้คือการเปลี่ยนจาก 'ผู้ประกอบอาชีพ' เป็น 'ผู้ประกอบการธุรกิจควายเลน้อย' โดยดึงผู้เลี้ยงควาย วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มอาชีพท้องถิ่นเข้ามาในระบบ" — ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิสิทธิ์ บุญชุม
ผลลัพธ์เชิงตัวเลขและความหมายทางเศรษฐกิจ
ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของรายได้ร้อยละ 15 สะท้อนผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการปรับรูปแบบการจัดการห่วงโซ่คุณค่า แม้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่ารวม แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในระดับชุมชนหมายความว่าแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นจากหลายช่องทาง เช่น รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์แปรรูป ค่าบริการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าควาย
| ประเด็น | ข้อมูล/สถานะ |
|---|---|
| รายได้ผู้ประกอบการชุมชน | เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 (พ.ศ. 2568-2569) |
| สถานะมรดก | จังหวัดมีมรดกเด่น 3 รายการ รวมถึง GIAHS ทะเลน้อย (พ.ศ. 2565) |
ข้อพิจารณาเชิงนโยบายและการขยายผล
การเปลี่ยนแปลงจากเกษตรกรผู้เลี้ยงควายสู่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสนับสนุนทั้งด้านการเข้าถึงตลาด การสร้างตราสินค้าและมาตรฐานคุณภาพ การบริหารจัดการต้นทุนในสภาวะน้ำหลาก และกลไกการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง การเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศยังต้องคำนึงถึงการคุ้มครองระบบนิเวศ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลน้อย
ในมุมมองเศรษฐกิจระดับพื้นที่ โมเดลนี้เป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและนิเวศเป็นทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน หากมีการขยายผลอย่างเป็นระบบและมีการติดตามประเมินผลเชิงตัวเลขเพิ่มเติม ย่อมเป็นรูปแบบที่สามารถนำไปปรับใช้กับพื้นที่ชุ่มน้ำหรือชุมชนเกษตรกรรมที่มีองค์ประกอบคล้ายกันได้
สำหรับจังหวัดพัทลุง การเชื่อมโยงมรดกภูมิปัญญาและมรดกทางการเกษตรระดับโลกเข้ากับการสร้างรายได้ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ หากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชนทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในขั้นแรกนี้อาจเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาแบบยั่งยืนในอนาคต