คดีมาตรา 112 ที่มีความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเสรีภาพและกระบวนการยุติธรรมยังคงสร้างความกังวล หลังศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานสถานะของผู้ต้องขังรายหนึ่งที่อดอาหารต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวและขออนุญาตออกไปดูแลครอบครัว
สถานะการอดอาหารและอาการทางร่างกาย
ทนายความที่เข้าเยี่ยมระบุว่า ผู้ต้องขังที่ใช้ชื่อว่า “ฟ้า” ได้อดอาหารติดต่อกันกว่า 83 วัน นับตั้งแต่เริ่มอดอาหารอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยล่าสุดมีสัญญาณทางสุขภาพที่น่ากังวล ได้แก่ น้ำหนักลดลงเหลือประมาณ 50 กิโลกรัม และค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ถูกวัดแล้วพบว่าต่ำมาก
ข้อมูลจากการตรวจเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุค่าน้ำตาลขณะเจาะตรวจครั้งหนึ่งอยู่ที่ 58 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และความดันโลหิตที่วัดได้ในช่วงต่าง ๆ อยู่ที่ประมาณ 82–90 มิลลิเมตรปรอท
| ข้อมูล | ตัวเลข/รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลาอดอาหาร | 83 วัน (เริ่ม 1 ก.ค. พ.ศ. 2569) |
| น้ำหนัก | 50 กิโลกรัม |
| ค่าน้ำตาลขณะตรวจ | 58 มก./ดล. |
| ความดันโลหิต | ประมาณ 82–90 มม.ปรอท |
การรักษาและการตอบสนองของผู้ต้องขัง
ขณะถูกส่งตัวเข้าสู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 ผู้ต้องขังได้รับน้ำเกลือและได้รับการให้วิตามินเสริมสามเวลา แต่ยังยืนยันการอดอาหารต่อไป โดยระหว่างครั้งหลังสุดเขากลับมาจิบน้ำหวานและปฏิเสธการให้สารน้ำทางหลอดเลือดอย่างเต็มรูปแบบ
ทนายความแจ้งว่าแพทย์ได้เสนอให้เลือกว่าจะรับน้ำเกลือหรือกลับมาดื่มน้ำหวาน ซึ่งผู้ต้องขังเลือกดื่มน้ำหวานและกลับมาจิบน้ำอีกครั้ง แต่ต่อมามีอาการวิงเวียน ตัวเย็นและหน้ามืดซึ่งสะท้อนสภาพร่างกายที่ยังเปราะบาง
นัดสืบพยานที่จังหวัดพัทลุงและความกังวลเกี่ยวกับการเดินทาง
ประเด็นที่ทนายและผู้ต้องขังให้ความสำคัญคือการนัดสืบพยานคดีมาตรา 112 ซึ่งมีกำหนดในพื้นที่จังหวัดพัทลุงในวันที่ 29–30 กันยายน และ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผู้ต้องขังระบุความกังวลต่อการถูกนำตัวไปรับการสืบพยานด้วยรถระยะไกลภายใต้การคุมขัง ซึ่งแม้จะไม่ได้อดอาหาร ณ ขณะนั้นก็ตามก็สร้างความเหน็ดเหนื่อยและส่งผลทางจิตใจ
“ฟ้าหวังว่าจะได้พิจารณาคดีผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์”
ข้อความดังกล่าวสะท้อนความต้องการให้ศาลพิจารณาวิธีการที่ลดผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง โดยการพิจารณาผ่านระบบสื่อสารทางไกลแทนการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังไปยังสถานที่ไกล ๆ
บริบทด้านสิทธิและกฎหมาย
คดีมาตรา 112 มีความอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและสิทธิพลเมือง การที่ผู้ต้องขังเลือกใช้การอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวนำมาซึ่งคำถามทางกฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานยุติธรรมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้ถูกคุมขัง รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการพิจารณาคดีเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายแก่ร่างกายผู้ต้องหา
ผลกระทบต่อระบบเรือนจำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การอดอาหารยาวนานของผู้ต้องขังรายหนึ่งย่อมสร้างแรงกดดันต่อระบบดูแลผู้ต้องขังของเรือนจำและโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในแง่การจัดสรรทรัพยากร บุคลากรทางการแพทย์ และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทนายและองค์กรที่ติดตามคดีมีบทบาทในการเป็นสื่อกลางให้ข้อมูลแก่สาธารณะและเสนอแนะแนวทางการคุ้มครองสุขภาพผู้ต้องขัง
ข้อเรียกร้องและจุดที่ต้องจับตามอง
- การพิจารณาคำร้องขอประกันตัวของผู้ต้องขัง
- การพิจารณาใช้วิธีพิจารณาทางไกลเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเดินทาง
- มาตรการดูแลสุขภาพระยะยาวสำหรับผู้ที่อดอาหารเป็นเวลานาน
กรณีของ “ฟ้า” ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าอีกครั้งเมื่อถึงวันที่ศาลนัดสืบพยาน และท่าทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อคำร้องขอพิจารณาทางไกลหรือมาตรการด้านสุขภาพ ในขณะที่ผู้ต้องขังยังคงมีอาการทางร่างกายที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด