เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบเครือข่ายนายหน้าที่รวบรวมสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร นำไปขายให้ชาวต่างชาติเพื่อใช้จดทะเบียนนิติบุคคล โดยการประชุมและชี้แจงจัดขึ้นที่ห้องประชุมที่ว่าการปกครองอำเภอพรรณานิคม
แนวทางการสืบสวนและความผิดปกติที่พบ
ระหว่างการประชุม นายพลพีร์ระบุว่าได้รับรายงานการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นการเอาสำเนาทะเบียนบ้าน รหัสประจำบ้าน และเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านหรือประชาชนไปใช้จดทะเบียนบริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยได้รับความยินยอมในลักษณะที่มีนายหน้าเกี่ยวข้อง ทั้งนี้พบความผิดปกติของการจดทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 49 บริษัท โดยแบ่งเป็นบริษัทสัญชาติจีนร้อยละ 100 จำนวน 35 บริษัท และบริษัทสัญชาติไทยร้อยละ 100 จำนวน 14 บริษัท
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย โดยมีการใช้คนไทยเป็นผู้ร่วมถือหุ้นเพื่ออำพรางการดำเนินการ นำไปสู่การเอื้อประโยชน์และการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายหลายมาตรา
- สถานที่ที่มีการพบความผิดปกติ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอภูพาน และอำเภอโคกศรีสุพรรณ
- จำนวนบริษัทที่ตรวจพบรวม 49 บริษัท (บริษัทจีน 35 แห่ง, บริษัทไทย 14 แห่ง)
- มีรายงานการใช้สำเนาทะเบียนบ้านของประชาชนกว่า 50 ราย ในการจดทะเบียนนิติบุคคล
รายละเอียดตามอำเภอที่ตรวจสอบ
| อำเภอ | จำนวนหลังคาเรือนที่พบ | จำนวนบริษัทที่จด | สัญชาติของบริษัท |
|---|---|---|---|
| อำเภอเมืองสกลนคร | 1 หลังคาเรือน | 1 บริษัท | จีน 100% |
| อำเภอสว่างแดนดิน | 3 หลังคาเรือน | 14 บริษัท | ไทย 100% |
| อำเภอภูพาน | 1 หลังคาเรือน | 1 บริษัท | จีน 100% |
| อำเภอโคกศรีสุพรรณ | 33 หลังคาเรือน | 33 บริษัท | จีน 100% |
จากการชี้แจงของนายพลพีร์ ยังมีการระบุว่าการตรวจสอบพบรายการที่น่าสงสัยว่ามีการจดทะเบียนข้ามเขตจากจังหวัดอื่น เช่น จังหวัดชลบุรี โดยระบุที่ตั้งบริษัทเป็นพื้นที่จ.สกลนคร ทำให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประสานงานกันระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้งหลายเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงร่วมกัน
“พวกนี้ต้องมีจุดจบ”
คำพูดดังกล่าวถูกยกขึ้นขณะนายพลพีร์เน้นย้ำการเร่งสืบสวนหาตัวนายหน้าหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและการสอบสวนที่รัดกุม
แนวทางการประสานงานและมาตรการต่อไป
เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดได้รับการกำชับให้เร่งตรวจสอบทะเบียนประกอบการนิติบุคคลและประสานกับส่วนกลาง หากพบรูปแบบการกระทำที่มีลักษณะคล้ายกันในพื้นที่อื่น ให้รายงานและดำเนินการตรวจสอบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลักลอบนำข้อมูลของประชาชนไปใช้ในทางมิชอบ และการก่อตั้งนิติบุคคลที่อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและช่องว่างการกำกับดูแลการจดทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ชนบท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน หากพบว่าบ้านพักอาศัยของตนถูกนำไปเป็นที่ตั้งบริษัทโดยไม่รู้ตัว ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรแจ้งเจ้าหน้าที่ปกครองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นหน่วยงานสำคัญในการตรวจสอบที่มาของการจดทะเบียน และหากพบการกระทำผิดจะต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีตามขั้นตอน