สกลนคร — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานการตรวจพบความผิดปกติในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร โดยจากการสำรวจเชิงลึกพบบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีน 100% จำนวน 35 บริษัท และยังพบกรณีการใช้คนไทยถือหุ้นในลักษณะคล้ายกันอีก 14 บริษัทในพื้นที่ต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ลงตรวจสถานที่ตั้งตามที่จดแจ้งแล้วไม่พบการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์
การพบหลักฐานและพฤติการณ์นายหน้า
จากการตรวจสอบเชิงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบผู้หญิงชาวสกลนครรายหนึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้า จัดหาและรวบรวมสำเนาทะเบียนบ้านกับบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยเสนอค่าตอบแทนให้คนละ 500–1,000 บาท เพื่อแลกกับเอกสารดังกล่าว ก่อนส่งต่อให้กับนายทุนชาวจีน ส่วนตัวนายหน้าได้รับค่าตอบแทนจากนายทุนเป็นจำนวน 1,500 บาท ต่อราย
“ตรวจพบความผิดปกติของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร”
ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยร่วมกันระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ตำรวจภูธร และหน่วยงานความมั่นคง พบว่า ที่อยู่ที่ใช้จดทะเบียนบริษัทหลายแห่งเป็นที่พักอาศัยของประชาชนซึ่งเจ้าของบ้านไม่เคยทราบว่าที่อยู่นั้นถูกนำไปขึ้นทะเบียนเป็นที่ตั้งบริษัท และในหลายแห่งไม่มีการจัดตั้งสำนักงานหรือดำเนินธุรกิจตามที่แจ้งไว้
ภาพรวมจำนวนบริษัทตามอำเภอ
| อำเภอ | จำนวนบริษัท (ผู้ถือหุ้นชาวจีน 100%) |
|---|---|
| โคกศรีสุพรรณ | 33 |
| เมืองสกลนคร | 1 |
| ภูพาน | 1 |
ผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
เจ้าของบ้านและผู้ที่ถูกนำข้อมูลไปใช้หลายรายยืนยันว่าไม่เคยยินยอมหรืออนุญาตให้มีการนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไปใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หากทราบล่วงหน้าจะไม่ยอมมอบเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ผู้มอบเอกสารบางคนเป็นเพียงผู้พักอาศัย ไม่ใช่เจ้าของบ้าน ทำให้เจ้าของที่เกิดความตกใจเมื่อทราบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้
- ความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล: สำเนาบัตรและทะเบียนบ้านถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ผลทางกฎหมาย: อาจเข้าข่ายเป็นการใช้บัญชีหรือที่อยู่เป็นนอมินี ซึ่งต้องตรวจสอบการมีส่วนร่วมทางอาญาหรือแพ่ง
- ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ชุมชน: บ้านเรือนที่ถูกใช้เป็นที่ตั้งจดทะเบียนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้แจ้งว่าจะทำการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อหาความเชื่อมโยงในลักษณะนอมินีและประเมินการกระทำที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทุจริตข้อมูล การฉ้อโกง หรือการละเมิดข้อกำหนดเกี่ยวกับการเป็นผู้ถือหุ้นของคนต่างด้าว นอกจากนี้ยังมีการขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อหาความผิดปกติในการจดทะเบียนบริษัท
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ประชาชนที่สงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกนำไปใช้โดยมิชอบ ควรพิจารณาดำเนินการดังนี้
- ตรวจสอบทะเบียนบ้านและข้อมูลบัตรประชาชนกับสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น
- หากพบการใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้แจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่ทันที
- ติดต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทที่ใช้ที่อยู่ของท่าน
เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยของเอกสารราชการและความระมัดระวังเมื่อต้องให้สำเนาบัตรหรือทะเบียนบ้านแก่บุคคลภายนอก โดยเฉพาะเมื่อมีคำชักชวนด้วยข้ออ้างว่าจะนำไปใช้ทำกิจกรรมออนไลน์หรือธุรกิจที่อ้างชื่อแพลตฟอร์มดัง ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เอกสารถูกหมุนเวียนเพื่อการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบการกระทำความผิดเชิงอาญาหรือการฝ่าฝืนระเบียบการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งจะให้ความคุ้มครองสิทธิของประชาชนและป้องกันมิให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนต่อไป