วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้ง ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม และรับฟังปัญหาโดยตรงจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้แทนท้องถิ่น
แนวทางบูรณาการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ภารกิจหลักของกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้ คือการวางระบบจัดการผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการตั้งล้งชุมชน เพื่อให้การรวบรวม คัดแยก แปรรูป และส่งต่อผลผลิตสามารถทำได้ภายในชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของเกษตรกรและลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเพียงไม่กี่ราย นางศุภจีเน้นว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องบูรณาการหลายหน่วยงานตั้งแต่หน่วยงานด้านการค้าภายใน การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกระทรวงเกษตรฯ
ในที่ประชุมมีผู้แทนจากหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วม อาทิ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และผู้แทนสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วและตัวแทนเกษตรกร
สถานะราคาปัจจุบันและความเสี่ยงช่วงผลผลิตออกมาก
ข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์นำเสนอระบุว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนในช่วงสำรวจอยู่ที่ประมาณ 9.00–10.50 บาทต่อลูก ขณะที่ราคาล้งรับซื้ออยู่ที่ประมาณ 10.50–12.00 บาทต่อลูก ซึ่งเป็นระดับที่เกษตรกรสามารถรับได้แต่ยังไม่ถึงราคาที่ต้องการเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการผลิต
ปัจจัยที่เป็นความท้าทายคือปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศและการขยายพื้นที่ปลูก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2569 ประเทศไทยจะมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมรวมประมาณ 475 ล้านลูก เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 13 และช่วงผลผลิตสูงสุดระหว่างเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายนอาจมีผลผลิตเข้าแผงจำหน่ายถึง 1.7–2 ล้านลูกต่อวัน
"การจัดตั้งล้งชุมชนเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร"
มาตรการรองรับและบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวทางปฏิบัติที่กระทรวงพาณิชย์วางแผนมีหลายด้าน รวมถึง
- การจัดตั้งล้งชุมชนเพื่อรวบรวมและแปรรูปผลผลิตในพื้นที่
- การดูดซับผลผลิตภายในประเทศโดยกรมการค้าภายใน
- การขยายตลาดส่งออกโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
- การสนับสนุนเรื่องมาตรฐานการผลิต เช่น GAP ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- การผลักดันสิทธิทางปัญญา เช่น การจดทะเบียน GI สำหรับมะพร้าวบ้านแพ้ว
นางศุภจีชี้แจงว่า ขณะนี้มีการเริ่มดำเนินโครงการจัดตั้งล้งชุมชนในพื้นที่อื่น ๆ แล้ว เช่น จังหวัดราชบุรีและพื้นที่ดำเนินสะดวก และมีผู้สนใจยื่นขอรับการสนับสนุนประมาณ 12 แห่ง
ความต้องการด้านอุปกรณ์และการลงทุน
สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วมีพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานขั้นต้นสำหรับการเป็นล้งชุมชน แต่ยังขาดเครื่องมือและเครื่องจักรสำคัญ เช่น เครื่องควั่น เครื่องปอกและแปรรูป ระบบสายพาน และอุปกรณ์จัดเก็บน้ำมะพร้าว กระทรวงจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนทั้งด้านอุปกรณ์และการฝึกอบรมการบริหารจัดการผลผลิตให้เกิดความยั่งยืน
ผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่น
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักคือยกระดับรายได้ของเกษตรกร ลดช่องว่างการเข้าถึงตลาด และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเพียงตลาดเดียว อย่างไรก็ดี ความสำเร็จขึ้นกับการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การนำเทคโนโลยีการแปรรูปมาใช้ และการสร้างเครือข่ายการตลาดที่เข้มแข็ง ทั้งนี้ หากการตั้งล้งชุมชนเป็นรูปธรรมและมีการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศได้สำเร็จ ผลลัพธ์ต่อชุมชนบ้านแพ้วและพื้นที่ใกล้เคียงจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับมะพร้าวน้ำหอมและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาว
| หัวข้อ | ตัวเลข/สถานะ |
|---|---|
| ราคาหน้าสวน (โดยประมาณ) | 9.00–10.50 บาทต่อลูก |
| ราคาล้งรับซื้อ (โดยประมาณ) | 10.50–12.00 บาทต่อลูก |
| คาดการณ์ผลผลิตปี พ.ศ.2569 | 475 ล้านลูก |
| พื้นที่ที่จะตั้งล้งชุมชน (สนใจ) | ประมาณ 12 แห่ง |
การเคลื่อนนโยบายครั้งนี้สะท้อนความพยายามของภาครัฐที่จะจัดการกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างเป็นระบบ แต่กระบวนการปฏิบัติจริงยังมีงานต้องทำทั้งด้านการลงทุนอุปกรณ์ การอบรมผู้บริหารล้งชุมชน รวมถึงการหาตลาดรองรับผลผลิตจำนวนมากในช่วงพีคของการเก็บเกี่ยว