สิ่งแวดล้อม ชะอวด นครศรีธรรมราช (66)

มท.ส่งทีมปภ.ประสานเครื่องจักร-ฮ.(KA-32) สกัดไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช

กระทรวงมหาดไทยสั่งการด่วนให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดมกำลังและเครื่องจักรกล ช่วยควบคุมไฟป่าในพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด พร้อมประสานเฮลิคอปเตอร์ KA-32 และทีมกู้ภัยทางอากาศเพื่อปฏิบัติการทางอากาศหากจำเป็น ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันฯ เขต 11 ระบุการส่งยานพาหนะและเจ้าหน้าที่สนับสนุนทันที ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกกำชับติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มท.ส่งทีมปภ.ประสานเครื่องจักร-ฮ.(KA-32) สกัดไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเร่งด่วนให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่สนับสนุนปฏิบัติการควบคุมไฟป่าที่กำลังลุกลามในบริเวณพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเน้นการประสานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติเพื่อจำกัดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

การส่งกำลังและเครื่องจักร

ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี ระบุว่าได้จัดส่งยานพาหนะและบุคลากรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ทันที ทั้งนี้รายการอุปกรณ์ที่ส่งเข้าพื้นที่ประกอบด้วย:

  • รถดับไฟป่า 1 คัน
  • รถบรรทุกน้ำ ขนาด 10,000 ลิตร 1 คัน
  • รถบรรทุกเล็ก 1 คัน
  • เจ้าหน้าที่ 5 นาย

นอกเหนือจากกำลังภาคพื้นแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการประสานให้สนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศ โดยมีการเตรียมเฮลิคอปเตอร์ขึ้นเดินทางมาถึงพื้นที่ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

การเตรียมการทางอากาศและทีมพิเศษ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมความพร้อมหน่วยทางอากาศ โดยจัดเตรียมเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรุ่น KA-32 และทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางอากาศที่เรียกว่า The Guardian Team เพื่อให้สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอจากพื้นที่ปฏิบัติงาน

การประสานและคำสั่งจากหน่วยงานระดับสูง

คำสั่งจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทรัพยากรอย่างเต็มศักยภาพและติดตามการลุกลามของไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความจำเป็นในการส่งกำลังเสริมเพิ่มเติม ทั้งนี้มีการเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นลำดับแรก

"ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน"

บริบทเชิงสิ่งแวดล้อมและผลกระทบ

พื้นที่พรุเป็นระบบนิเวศที่มีพืชและสัตว์เฉพาะตัว รวมทั้งมีคาร์บอนในรูปของอินทรียวัตถุสะสม เมื่อเกิดเพลิงไหม้มักมีความยากลำบากในการดับไฟ เนื่องจากไฟอาจลุกไหม้ในชั้นดินที่มีอินทรียวัตถุและควันไฟที่หนาแน่น ส่งผลให้การควบคุมต้องอาศัยทั้งการระดมกำลังภาคพื้นและการสนับสนุนทางอากาศเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่อนุรักษ์และชุมชนใกล้เคียง

มาตรการป้องกันประชาชนและแนวทางการปฏิบัติ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ติดตามสถานการณ์รายชั่วโมงและรายงานข้อมูลเพื่อประเมินปริมาณกำลังและทรัพยากรที่ต้องส่งเสริมเพิ่มเติม พลเมืองในพื้นที่ควรเฝ้าระวังประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการ งดกิจกรรมที่อาจเป็นต้นเหตุของการลุกไหม้ และเตรียมแผนอพยพหรือการป้องกันทรัพย์สินหากได้รับการแจ้งเตือน

หน่วยงาน/ทรัพยากร จำนวน/สถานะ
ศูนย์ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี ส่งยานพาหนะและเจ้าหน้าที่สนับสนุนทันที
รถดับไฟป่า 1 คัน
รถบรรทุกน้ำ 10,000 ลิตร 1 คัน
เจ้าหน้าที่ภาคพื้น 5 นาย
เฮลิคอปเตอร์/ทีมทางอากาศ KA-32 และ The Guardian Team เตรียมพร้อม

สถานการณ์ไฟป่าในพรุควนเคร็งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายถูกกำชับให้รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อนำข้อมูลมาประเมินและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม รัฐบาลจังหวัดและหน่วยงานความมั่นคงท้องถิ่นต้องร่วมมือกันทั้งในด้านการดับไฟ การป้องกันการขยายตัวของเพลิง และการลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว