วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครนายกเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยานครนายก และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ปิดประตูเขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นการชั่วคราว โดยอาศัยข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่รายงานแนวโน้มปริมาณฝนและมวลน้ำจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ลดลง เพื่อหวังลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองนครนายกและบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำ
มาตรการเร่งด่วนและการระดมกำลัง
ภายหลังการประชุม รมช.มหาดไทยได้ประสานหน่วยงานหลักเพื่อส่งกำลังสนับสนุนทันที ได้แก่ กองทัพเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้แก่การจัดส่ง
- เรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ ตามคำร้องขอของจังหวัด โดยมีกำหนดนำเข้าเขตนครนายกในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569
- เรือท้องแบนและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและเคลื่อนย้ายประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
- ชุดยาสามัญประจำบ้านและเวชภัณฑ์ ที่ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขสำหรับผู้ประสบภัย
นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ตรวจดูการบริหารจัดการน้ำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานภาคสนามคัดกรองรายชื่อประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งผู้ใดไว้ในพื้นที่อันตราย และต้องจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้เพียงพอและทั่วถึง
ผลการบริหารจัดการน้ำและการสื่อสารข้อมูล
จากรายงานสถานีอุตุนิยมวิทยานครนายก สภาพอากาศและแนวโน้มฝนในพื้นที่มีทิศทางลดลง ขณะเดียวกันมีการปรับการระบายน้ำผ่านทางช่องระบายน้ำ (spillway) โดยมีการหยุดการระบายน้ำในช่วงเวลา 15.00–16.00 น. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและช่วยให้น้ำในพื้นที่มีโอกาสระบายตัวได้ดีขึ้น
| มาตรการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปิดประตูเขื่อน | ปิดชั่วคราวเพื่อลดปริมาณน้ำไหลเข้าตัวเมือง |
| ส่งกำลังสนับสนุน | เรือผลักดันน้ำ (กองทัพเรือ), เรือท้องแบน, เครื่องสูบน้ำ, ชุดยารักษา |
| การสื่อสาร | ใช้ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานประกอบการตัดสินใจ |
การตัดสินใจบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นให้ทุกฝ่ายทำงานประสานกันเป็นชุดเดียว และให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อห่วงใย
แม้ระดับฝนและมวลน้ำจากต้นน้ำจะลดลง แต่ชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มของอำเภอเมืองยังคงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน การปิดประตูเขื่อนอาจช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าส่วนตัวเมืองได้ในระยะสั้น แต่การจัดการต้องคำนึงถึงการกระจายน้ำในพื้นที่อื่นๆ และการอพยพผู้ที่เสี่ยงต่ออันตราย
การเน้นตรวจสอบผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเป็นการให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางซึ่งมักได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ อาหาร และความช่วยเหลือฉุกเฉิน
สำนักงานจังหวัดนครนายกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับมาตรการตามสภาพอากาศและการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสายด่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความสำคัญของการเตรียมพร้อมและการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางในสังคม