จังหวัดนครนายกเมื่อวันที่ 29–30 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดมหกรรมคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง (Colonoscopy) ที่โรงพยาบาลนครนายก โดยมุ่งให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มโอกาสพบโรคในระยะแรกซึ่งมีแนวโน้มรักษาได้ผลดี
เหตุผลของโครงการและเป้าหมายเชิงปฏิบัติ
โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลนครนายก โรงพยาบาลราชวิถี และภาคีเครือข่ายสาธารณสุข (Colorectal Cancer Screening Mobile Unit) โดยมีเป้าหมายให้บริการส่องกล้องแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดนครนายกกว่า 350 ราย ในกิจกรรมครั้งนี้ และอาศัยการประสานทรัพยากรทั้งบุคลากร เครื่องมือ และแนวทางการวินิจฉัยรักษา เพื่อให้ระบบการดูแลเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง
การคัดกรองเริ่มจากการตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (FIT Test) ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 50–70 ปี ทุกสิทธิการรักษา โดยสามารถทำได้ฟรีทุก 2 ปี เมื่อผล FIT ผิดปกติ การส่องกล้องจะเป็นขั้นตอนยืนยันและวินิจฉัยต่อไป ซึ่งการเข้าถึงการส่องกล้องอย่างรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่การรักษาและการป้องกันการลุกลามของโรค
ข้อมูลจากพื้นที่และความสำคัญเชิงคลินิก
สถิติจากการให้บริการของโรงพยาบาลนครนายกในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แสดงให้เห็นความสำคัญของการตรวจเชิงรุก โดยในปีนั้นโรงพยาบาลได้ให้บริการส่องกล้องแก่ผู้กลุ่มเสี่ยงจำนวน 264 ราย และพบการมีติ่งเนื้อต้องตัดออกถึง 150 ราย ซึ่งสูงกว่าครึ่งหนึ่งของผู้รับการตรวจ
“มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคสำคัญที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก”
ข้อความข้างต้นสะท้อนความจำเป็นที่ต้องมีการคัดกรองเชิงรุก เพราะติ่งเนื้อบางชนิดสามารถตัดออกได้ทันทีในระหว่างการส่องกล้อง ป้องกันการพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ในอนาคต
การออกแบบระบบดูแลและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
ผู้นำโครงการเน้นว่าหัวใจของการดำเนินงานไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนการส่องกล้อง แต่เป็นการสร้างระบบบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา และติดตามผู้ป่วย รวมทั้งการพัฒนาทักษะของบุคลากรในพื้นที่ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในระยะยาว
- การใช้วิธี FIT Test เป็นเครื่องมือคัดกรองเริ่มต้น
- การส่องกล้องเป็นขั้นตอนยืนยันและสามารถตัดติ่งเนื้อได้ทันที
- การเชื่อมต่อระบบบริการเพื่อการติดตามและรักษาต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อชุมชนในจังหวัดนครนายก
สำหรับประชาชนในพื้นที่ กิจกรรมลักษณะนี้มีความหมายทั้งในด้านการลดความเสี่ยงของการป่วยหนักและลดภาระครอบครัวเมื่อมีการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การที่โรงพยาบาลในจังหวัดร่วมกับโรงพยาบาลระดับชาติและเครือข่ายเข้ามาจัดบริการ ณ ท้องถิ่น ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทางไปรับบริการนอกพื้นที่
ในมุมของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ การจัดมหกรรมเป็นโอกาสทดสอบการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยบริการหลายระดับ ตั้งแต่การส่งต่อผล FIT การจัดคิวส่องกล้อง การนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษา และการวางระบบติดตามผลระยะยาว
ตารางสรุปตัวเลขสำคัญ
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| เป้าหมายผู้ส่องกล้องในมหกรรม | 350 ราย |
| เป้าหมายคัดกรองด้วย FIT | 5,485 ราย |
| ผู้ส่องกล้อง ปีงบประมาณ 2568 | 264 ราย |
| ผู้พบติ่งเนื้อต้องตัดออก (ปี 2568) | 150 ราย |
ประชาชนที่มีอายุอยู่ในช่วงเกณฑ์หรือมีความเสี่ยงควรติดต่อหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการคัดกรอง และหากได้รับผล FIT ผิดปกติควรเข้ารับการส่องกล้องตามระบบการนัดหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาในระยะที่ยังมีผลดี
การร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลระดับชาติและหน่วยบริการท้องถิ่นในจังหวัดนครนายกเป็นตัวอย่างของการขยายการเข้าถึงบริการเชิงป้องกัน ซึ่งหากดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดได้อย่างยั่งยืน