ศูนย์สังคมพัฒนาสังฆมณฑลอุบลราชธานี ในอำเภอวารินชำราบ ได้พัฒนาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนภายใต้ชื่อ "บุ่งไหมโมเดล" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมบริการด้านสุขภาพและสังคมให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้บ้าน ทั้งบริการแบบศูนย์กลาง วันดูแลกลางวัน (Day Care) การดูแลที่บ้าน (Home Care) รวมถึงการพัฒนา Group Home สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังหรือขาดผู้ดูแล
จากนำร่องสู่ระบบบริการชุมชน
โครงการร่วมกับองค์กรคาทอลิกและหน่วยงานระดับท้องถิ่นเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ตำบลบุ่งไหมตั้งแต่ พ.ศ.2564 โดยค่อย ๆ ขยายรูปแบบการบริการให้ครอบคลุมทั้งการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม พร้อมการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในชุมชนด้วยศักดิ์ศรี
ตัวเลขการดูแล ณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2569
ข้อมูลที่ศูนย์รวบรวมแสดงถึงการให้บริการและกำลังคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานดังนี้
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ผู้สูงอายุขึ้นทะเบียนใช้บริการ Day Care | 178 คน |
| ผู้สูงอายุที่ได้รับบริการ Home Care ถึงบ้าน | 138 คน |
| อาสาสมัครที่ผ่านการอบรมด้านการดูแลผู้สูงอายุ | 28 คน |
| อาสาสมัคร อพม. ร่วมกับ Care Giver | 12 คน |
| เวลาบริการ Day Care | วันจันทร์–ศุกร์ 08.00–16.00 น. (ผู้มาใช้บริการเฉลี่ยวันละประมาณ 25 คน) |
การเชื่อมโยงกับระบบหลักประกันสุขภาพ
ทีมผู้บริหารของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย นพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ และ นางมลุลี แสนใจ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 10 ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม ผลการดำเนินงานและหารือแนวทางการเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการตามมาตรา 3 ของสปสช. จุดประสงค์เพื่อให้บริการสุขภาพและสวัสดิการเชื่อมต่อกับบริการสังคมในชุมชนได้อย่างเป็นระบบ
การดูแลรายบุคคลและการพัฒนากำลังคน
ศูนย์ฯ ระบุว่าการดูแลผู้สูงอายุแบบ Home Care มีการจัดทำแผนการดูแลรายบุคคล โดยทีม Care Giver ทำงานร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อปฏิบัติงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ การให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิและสวัสดิการ และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม
“เป้าหมายของเราคือดูแลผู้สูงอายุให้ครบทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ สมอง สภาพแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ”
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของศูนย์ในการมองผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่ต้องการการดูแลเชิงองค์รวม ไม่ใช่เพียงการรักษาโรคแต่รวมถึงคุณภาพชีวิตและการมีส่วนร่วมในชุมชน
Group Home ตัวเลือกใหม่ของชุมชน
ส่วนหนึ่งของโมเดลคือการจัดตั้ง Group Home เพื่อรองรับผู้สูงอายุที่ไม่มีญาติหรือขาดผู้ดูแล ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีที่อยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่นในชุมชนและได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ทำให้ลดการต้องพึ่งพาโรงพยาบาลหรือการย้ายไปยังสถานสงเคราะห์ภายนอกพื้นที่
ความท้าทายและแนวทางขยายผล
แม้บุ่งไหมโมเดลจะมีผลลัพธ์ในระดับพื้นที่ แต่การขยายผลสู่ตำบลอื่นและการบูรณาการเข้ากับระบบสาธารณสุขระดับจังหวัดและประเทศยังต้องอาศัยการประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาคศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณและการฝึกอบรมบุคลากรให้เพียงพอ
- จุดแข็ง: การเชื่อมบริการหลายด้านในชุมชนและการมีอาสาสมัครที่ผ่านการอบรม
- สิ่งจำเป็น: การสนับสนุนจาก สปสช. และการขยายเครือข่ายภาคี
- ผลที่คาดหวัง: ผู้สูงอายุได้รับการดูแลใกล้บ้าน เพิ่มคุณภาพชีวิตและลดภาระของครอบครัว
โมเดลของตำบลบุ่งไหมเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการประสานงานในระดับชุมชนสามารถนำไปสู่ระบบดูแลผู้สูงอายุที่ครบวงจร หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันในเชิงนโยบายและงบประมาณ การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนอาจกลายเป็นมาตรฐานที่ขยายสู่ตำบลอื่นๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป
จันทิมา ผลบุญ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี