สิ่งแวดล้อม แม่ทา ลำพูน (04)

ลำพูนผลักดันชีวมวลเชิงชุมชน ลดเชื้อเพลิงก่อนฤดูไฟป่า สู้ปัญหา PM2.5

ชุมชนในอำเภอแม่ทาร่วมกับมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบจัดการชีวมวล แปรรูปกิ่งไม้ ใบไม้ และเศษวัสดุการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ลดการเผา ลดไฟป่า และเพิ่มรายได้ท้องถิ่น โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การคัดแยกวัสดุถึงการวางแผนการตลาด

ลำพูนผลักดันชีวมวลเชิงชุมชน ลดเชื้อเพลิงก่อนฤดูไฟป่า สู้ปัญหา PM2.5
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

จังหวัดลำพูนเร่งขับเคลื่อนมาตรการจัดการวัสดุชีวมวลในชุมชนเป็นแนวทางลดปริมาณเชื้อเพลิงที่เป็นต้นเหตุของไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยความร่วมมือระหว่างชุมชนในอำเภอแม่ทา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บริษัทภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุการเกษตรและซากไม้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแทนการเผาทิ้ง

มาตรการเชิงปฏิบัติในระดับชุมชน

ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจากตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้าได้ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ ทั้งการสำรวจและคัดแยกวัสดุ การเลือกเครื่องจักรสำหรับแปรรูปวัสดุ การแปรรูปอย่างปลอดภัย และการวางแผนด้านตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ชีวมวลที่ผลิตได้ กระบวนการนี้มุ่งป้องกันไม่ให้เศษวัสดุคงค้างเป็นเชื้อเพลิงเข้าสู่ช่วงฤดูไฟป่า

"ภาคเหนือมีเศษวัสดุชีวมวลจากพื้นที่ป่าและภาคเกษตรจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวมีเศษวัสดุจากแปลงเกษตรมากกว่า 900,000 ตันต่อปี" — ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง

เหตุผลและประโยชน์เชิงนโยบาย

การจัดการชีวมวลเชิงระบบถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ป้องกันไฟป่าและควบคุมฝุ่น PM2.5 เนื่องจากวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรและป่าไม้เมื่อถูกทิ้งสะสมจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับการลุกลามของไฟ อีกทั้งการเผาในที่โล่งยังเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพประชาชน

การแปรรูปและการใช้ประโยชน์

แนวทางที่นำมาใช้มีตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด (wood pellet) สำหรับใช้ทดแทนเชื้อเพลิงแบบเดิมในกระบวนการเกษตร เช่น การอบแห้งผลผลิต ไปจนถึงการผลิตไบโอชาร์เพื่อใช้ปรับปรุงดินและเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าความร้อนสูง ทั้งนี้มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุซึ่งเคยถูกมองเป็นของเหลือทิ้ง

การพัฒนาผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องสอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นและศักยภาพของชุมชน พร้อมทั้งต้องมีตลาดรองรับเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมกันรวบรวมและแปรรูปวัสดุ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น

ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยสำคัญของประเทศและมีความต้องการพลังงานสำหรับการอบแห้งผลผลิตเป็นจำนวนมาก การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุในท้องถิ่นจึงมีศักยภาพในการทดแทนเชื้อเพลิงเดิมบางส่วน ช่วยลดต้นทุนและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน หากมีการควบคุมการเผาไหม้และมลพิษอย่างเหมาะสม

ประเด็นข้อมูล/ประโยชน์
ปริมาณวัสดุการเกษตรในลำพูนมากกว่า 900,000 ตันต่อปี
ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเชื้อเพลิงอัดเม็ด, ไบโอชาร์
ผลลัพธ์ที่คาดหวังลดการเผา ลดไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้

ปัจจัยความสำเร็จและความท้าทาย

การขยายผลต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายตลาดเพื่อให้การแปรรูปวัสดุทำได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่า ปัจจัยที่ต้องพิจารณารวมถึงการจัดการต้นทุนการลงทุนในเครื่องจักร การฝึกทักษะแรงงานชุมชน และการเชื่อมโยงกับผู้ซื้อหรือผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล

  • การมีระบบคัดแยกวัสดุที่มีประสิทธิภาพเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกปฏิบัติช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
  • ตลาดรองรับเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมมืออย่างยั่งยืน

แนวทางนี้สะท้อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มองเศษวัสดุเป็นทรัพยากร ไม่ใช่ของเหลือทิ้ง หากขยายผลได้กว้างขวางย่อมช่วยลดความรุนแรงของไฟป่าและปัญหาคุณภาพอากาศในฤดูแล้งของภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในระยะต่อไป การติดตามประเมินผลทั้งด้านสภาพอากาศ ปริมาณการเผา และผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับนโยบายและขยายผลโครงการสู่พื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดและภูมิภาค

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

04ลำพูน

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ลำพูน ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว