อาชญากรรม ลำพูน ลำพูน (04)

ศาลลำพูนพิพากษาจำคุก-สั่งชดใช้รวมเกือบ 39 ล้าน แต่เหยื่อยังไม่ได้เงิน

คดีฉ้อโกงและฟอกเงินที่เกิดขึ้นในจังหวัดลำพูน เจ้าของคลินิกทำฟันร้องเพื่อนสมัยเรียนชักชวนลงทุน สูญกว่า 38.8 ล้านบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกและให้ชดใช้พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยยังไม่คืนเงิน ขณะอุทธรณ์คดีและศาลอุทธรณ์นัดไต่สวน

ศาลลำพูนพิพากษาจำคุก-สั่งชดใช้รวมเกือบ 39 ล้าน แต่เหยื่อยังไม่ได้เงิน
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

ลำพูน — ความคืบหน้าคดีฉ้อโกงที่สร้างความเสียหายให้เจ้าของคลินิกทันตกรรมชื่อดังในตัวจังหวัดลำพูน ยังคงเป็นข้อกังวลของผู้เสียหายและประชาชนในพื้นที่ หลังจากศาลจังหวัดลำพูนมีคำพิพากษาตัดสินจำเลยในคดีนี้ให้รับโทษทั้งจำคุกและชดใช้ค่าเสียหายรวมเป็นตัวเงินจำนวนมาก แต่จนถึงขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชดใช้แม้แต่บาทเดียว

สรุปคำพิพากษาและสถานะการชดใช้

กรณีนี้โจทก์คือ นางสาวจิตรลดา หรือ “หมอนก” เจ้าของคลินิกทำฟัน ได้ยื่นฟ้องจำเลยหลายคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน โดยกล่าวหาว่าได้ร่วมกันฉ้อโกงด้วยการชักชวนลงทุนในกิจการซื้อกากอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดลำพูน ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568 มีคำสั่งดังนี้

จำเลย บทลงโทษ
จำเลยที่ 1 (น.ส.กบ) จำคุก 15 ปี ในคดีฉ้อโกงและคดีฟอกเงิน
จำเลยที่ 2 (หญิงใกล้ชิด) จำคุก 1 ปี ในคดีร่วมกันฟอกเงิน
จำเลยที่ 3 (ชาย) จำคุก 10 ปี ในคดีร่วมกันฉ้อโกงและคดีร่วมกันฟอกเงิน

นอกจากโทษจำคุกแล้ว ศาลยังมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 38,852,556.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา

เหยื่อยังไม่ได้รับการชดใช้—จำเลยอุทธรณ์

แหล่งข้อมูลจากศาลระบุว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว แต่จำเลยทั้งสามไม่ได้ชำระเงินคืนให้โจทก์เลย นอกจากนี้จำเลยที่เป็นหญิงรายหนึ่งมีประวัติถูกพิพากษาในคดีปลอมแปลงเอกสารมาก่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดรับกับการตั้งคำถามถึงพฤติการณ์และความน่าเชื่อถือทางการเงินของจำเลย

"ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีหนังสือแจ้งเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ล่วงหน้า เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จึงขอให้ยกเลิกวัดนัดเดิมและนัดฟังพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ใหม่ในวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 09.00 น."

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ ทำให้การบังคับคดีเพื่อทวงคืนเงินตามคำพิพากษาเข้าสู่ขั้นตอนที่ต้องรอคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลได้มีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไป และนัดฟังคำพิพากษาฉบับใหม่เป็นวันที่ 17 ธันวาคม (ปีเดียวกับที่ศาลแจ้ง) ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อการได้รับชดใช้ของโจทก์

ผลกระทบต่อชุมชนและความเชื่อมั่น

คดีลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องยกเว้นในระดับบุคคล แต่ยังสะท้อนปัญหาการฉ้อโกงในเชิงธุรกิจท้องถิ่นที่อาจทำลายความไว้วางใจระหว่างผู้ประกอบการและนักลงทุนในพื้นที่ การที่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของคลินิกที่มีบทบาทในชุมชน ยิ่งทำให้เสียงสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของการลงทุนยิ่งชัดเจน

แนวทางทางกฎหมายสำหรับผู้เสียหาย

สำหรับผู้เสียหายหรือผู้ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการถูกชักชวนให้ลงทุนในรูปแบบคล้ายคลึงกัน ควรพิจารณาขั้นตอนปฏิบัติและการป้องกันดังนี้

  • ตรวจสอบสถานะทางนิติบุคคลของผู้ชักชวนและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนลงนามหรือโอนเงิน
  • ขอคำปรึกษาทางกฎหมายจากทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีข้อสงสัย
  • หากเกิดความเสียหาย ควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนทันทีเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ

สิ่งที่ควรติดตาม

ประชาชนควรติดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในนัดที่ศาลกำหนด รวมทั้งความคืบหน้าการบังคับคดีว่ามีการยึดทรัพย์หรือมาตรการใดเพื่อให้โจทก์ได้รับชดใช้หรือไม่ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายอัยการและตำรวจท้องที่ยังมีบทบาทสำคัญในการติดตามการบังคับใช้คำพิพากษาให้เป็นไปตามกฎหมาย

คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เตือนให้ระมัดระวังเมื่อต้องตัดสินใจลงทุน และชี้ให้เห็นความจำเป็นของการมีหลักฐานทางธุรกรรมที่ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ลงทุนในระดับชุมชน

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

04ลำพูน

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ลำพูน ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว