เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เครือข่ายอนุรักษ์ภาคประชาชนจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่ ร่วมกับบริษัทเอกชน เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนรายละเอียดสัญญาโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 106 สายบ้านโฮ่ง–ลี้ ระยะทางกว่า 19 กิโลเมตร โดยขอให้เปลี่ยนวิธีจัดการต้นไม้ข้างทางจากการโค่นทิ้งเป็นการ ขุดล้อมย้าย เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ป่าดั้งเดิมที่มีอายุเกือบ 100 ปี
ข้อเรียกร้องและเหตุผลทางสิ่งแวดล้อม
ตัวแทนเครือข่ายระบุว่าโครงการขยายถนนแม้เป็นเรื่องของความปลอดภัยและการพัฒนา แต่การดำเนินการในปัจจุบันกำหนดให้มีการตัดโค่นต้นไม้เก่าแก่จำนวนมาก ซึ่งกลุ่มประเมินว่าอยู่ในช่วงประมาณ 1,000–2,000 ต้น ขณะที่มีการอนุญาตให้ขุดล้อมย้ายเพียงประมาณ 200 กว่าต้น เท่านั้น
"เราไม่ได้ต่อต้านการขยายถนน แต่เราเจ็บปวดใจกับการจัดการต้นไม้โบราณอายุนับร้อยปีพันกว่าต้นที่อนุญาตให้ล้อมย้ายแค่ 200 กว่าต้น แต่ที่เหลือพันกว่าต้นคือสั่งโค่นทิ้ง"
เครือข่ายชี้ว่าการโค่นต้นไม้จำนวนมากขัดแย้งกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของภาครัฐและเป้าหมายการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งต้นไม้เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศท้องถิ่นและพื้นที่สาธารณะของชุมชน
แนวทางที่เสนอและข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติ
เครือข่ายเรียกร้องให้มีการปรับสัญญาระหว่างกรมทางหลวง กรมป่าไม้ และผู้รับเหมาก่อสร้าง จากเดิมที่อนุญาตให้โค่นทำลาย เป็นการอนุญาตให้ดำเนินการขุดล้อมย้ายต้นไม้แทน โดยยกตัวอย่างว่ามีบริษัทเอกชนเสนอจะดำเนินการขุดล้อมย้ายให้โดยไม่เรียกร้องงบประมาณเพิ่มเติมจากภาครัฐ และพร้อมนำต้นไม้ไปปลูกในพื้นที่รับผิดชอบของชุมชน วัด และพื้นที่สาธารณะทั้งในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่
ในเชิงปฏิบัติ เครือข่ายเน้นว่าเทคนิคการขุดล้อมย้ายเป็นไปได้ในหลายกรณี หากมีการวางแผนล่วงหน้า การจัดลำดับงาน และการมีผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์และการฟื้นฟูสภาพดินมาร่วมประเมิน แต่การขุดล้อมย้ายต้องอาศัยเวลาและการดูแลรักษาหลังการย้ายเพื่อให้ต้นไม้ฟื้นตัวได้
ผลกระทบต่อชุมชนและความเห็นต่อการดำเนินโครงการ
ตัวแทนชุมชนและองค์กรอนุรักษ์ระบุว่าต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่ยังมีคุณค่าทางสังคมและความเป็นอยู่ของชุมชน เช่น ให้ร่มเงา บรรเทาอุณหภูมิ และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่ชาวบ้านยึดถือ ขณะเดียวกันการโค่นต้นไม้จำนวนมากอาจส่งผลต่อการระบายน้ำและความสมดุลของระบบนิเวศท้องถิ่น
คำขอถึงหน่วยงานรัฐและความเป็นไปได้ในการชะลอการตัดโค่น
ข้อเรียกร้องด่วนที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดคือให้ปลัดจังหวัดประสานกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เพื่อระงับการตัดโค่นในส่วนที่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงไว้ก่อน จนกว่าจะมีการทบทวนสัญญาและวางแผนการขุดล้อมย้ายเพิ่มเติม
ประเด็นเชิงนโยบายและสิ่งที่ควรพิจารณา
การขยายถนนเป็นประเด็นสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่รัดกุม มีแผนการชดเชยและการทดแทนที่ชัดเจน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน เจ้าของพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพืชพรรณ
- ระยะทางโครงการ: มากกว่า 19 กิโลเมตร
- จำนวนต้นไม้ที่เครือข่ายประเมิน: ประมาณ 1,000–2,000 ต้น
- จำนวนต้นไม้ที่ได้รับอนุญาตให้ย้าย: ประมาณ 200 กว่าต้น
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| สายทาง | บ้านโฮ่ง–ลี้ |
| ระยะทาง | กว่า 19 กม. |
| ต้นไม้ที่อาจได้รับผลกระทบ | ประมาณ 1,000–2,000 ต้น |
| ต้นไม้ที่เสนอให้ย้าย | ประมาณ 200 กว่าต้น |
ขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงหรือกรมป่าไม้เกี่ยวกับการปรับสัญญาหรือการระงับการตัดโค่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจึงเป็นตัวกลางสำคัญในการประสานเพื่อหาทางออกที่สมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับการรักษาพื้นที่สีเขียวของชุมชน
สำหรับประชาชนที่สนใจร่วมสอบถามหรือเสนอข้อมูลเพิ่มเติม เครือข่ายชวนให้ติดตามการดำเนินการของจังหวัดและการเจรจาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้การตัดสินใจสะท้อนความเสี่ยงในด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนท้องถิ่น