วันที่ 21 ส.ค. พ.ศ. 2569 กรมชลประทานรายงานสถานการณ์ระดับน้ำในลำน้ำป่าสักว่าบริเวณต้นน้ำมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่ระดับน้ำส่วนที่ไหลลงมายัง อำเภอหล่มสัก และจะไหลต่อมายังตัวเมืองเพชรบูรณ์ยังคงเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ประเมินว่าหากสถานการณ์ฝนไม่ทวีความรุนแรงขึ้น ร่องน้ำหลักจะไม่ล้นคันกั้นในเขตชุมชนเมือง
สถานการณ์ระดับน้ำตามสถานีสำคัญ
กรมชลประทานได้ติดตามระดับน้ำตลอดลำน้ำป่าสักและรายงานตัวเลขสำคัญ ณ เวลา 18.00 น. ของวันดังกล่าว พบการเคลื่อนไหวของระดับน้ำแตกต่างกันตามช่วงลำน้ำ ดังนี้
| สถานี | ตำแหน่ง | ระดับน้ำ (ม.) | สถานะเมื่อเทียบกับตลิ่ง |
|---|---|---|---|
| S.33 | อ.หล่มเก่า | 4.86 | ต่ำกว่าตลิ่ง 3.98 ม. |
| S.53 | อ.หล่มสัก (ตอนบน) | 5.04 | ต่ำกว่าตลิ่ง 2.77 ม. |
| S.3 | อ.หล่มสัก (ตอนกลาง) | 8.55 | สูงกว่าตลิ่ง 0.25 ม. |
| S.4B | อ.เมืองเพชรบูรณ์ | 6.86 | ต่ำกว่าตลิ่ง 2.34 ม. |
กรมชลประทานระบุว่า สถานี S.33 และ S.53 มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ระดับที่สถานี S.3 ซึ่งวัดในพื้นที่อำเภอหล่มสักยังเพิ่มขึ้นจากการรับน้ำที่ไหลลงมาจากตอนบนของลำน้ำ
การประเมินและแนวโน้มในระยะใกล้
จากการวิเคราะห์การไหลของน้ำ กรมชลประทานคาดว่า หากไม่มีฝนตกเพิ่ม ระดับน้ำที่สถานี S.3 จะขึ้นสู่จุดสูงสุดประมาณ 8.70 เมตร คาดว่าจะเกิดขึ้นราวเวลา 01.00 น. ของวันที่ 22 ส.ค. ก่อนจะลดระดับลงและน่าจะกลับมาต่ำกว่าตลิ่งอีกครั้งราวเวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว กรมชลประทานรายงานว่ามีบางแหล่งน้ำล้นตลิ่งบริเวณตอนล่างของหล่มสัก ส่งผลให้น้ำท่วมถนนภายในหมู่บ้านริมแม่น้ำและเข้าไปในบ้านเรือนบางจุดของตำบลที่อยู่ใกล้ฝั่ง
การเตรียมการของหน่วยงานท้องถิ่น
อำเภอหล่มสักได้ระดมหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันป้องกันและบรรเทาผลกระทบ ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองพันทหาร และกองอาสารักษาดินแดนร่วมวางแนวกระสอบทรายตามจุดเสี่ยง พร้อมทั้งจัดเตรียมบุคลากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักและลำน้ำสาขาให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ม.พัน.28, สมาชิกกองอาสาฯ, ฝ่ายปกครอง
- มาตรการที่ดำเนินการ: วางแนวกระสอบทราย, เตรียมเครื่องจักรและกำลังพล, แจ้งเตือนประชาชน
- คำแนะนำเบื้องต้น: ติดตามข้อมูลระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมย้ายทรัพย์สินมีค่าไปยังที่สูง
สถานะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ข้อมูลการเก็บกักน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ระบุว่ามีปริมาณน้ำอยู่ที่ 285.54 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32.76 ของความจุที่ระดับเก็บกักเต็มที่ 871.50 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นเขื่อนยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้เพิ่มเติมประมาณ 586 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยบริหารจัดการปริมาณน้ำที่ไหลลงมา
กรมชลประทานยืนยันว่าจะติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำตลอดแนวลำน้ำป่าสักอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชุมชน
ประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยริมฝั่งหรือในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากมีการสั่งอพยพให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย