นครปฐม — กรมทางหลวงเตรียมเดินหน้าขั้นตอนเสนอแผนโครงการมอเตอร์เวย์สาย 8 ช่วง นครปฐม–ปากท่อ ระยะทางรวม 61 กิโลเมตร ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 โดยวางกรอบการก่อสร้างเป็นสองระยะและใช้แหล่งเงินทุนจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์และกองทุนเพื่ออนาคตประเทศ (TFFIF)
แผนงานและขั้นตอนที่คาดว่าจะดำเนินการ
อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยว่า กรมฯ จะสรุปรายละเอียดโครงการเพื่อนำเสนอไปยังกระทรวงคมนาคมในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 จากนั้นจะมีการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนยื่นขออนุมัติจาก ครม. คาดว่าจะเกิดขั้นตอนออกพระราชกฤษฎีกาจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อเริ่มกระบวนการเวนคืนและจัดหาพื้นที่ผิวทางต่อไป
โครงสร้างการลงทุนและแหล่งเงินทุน
โครงการแบ่งการก่อสร้างเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกมีแผนใช้เงินจาก กองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ ขณะที่ช่วงที่สองจะใช้เงินจาก ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) ซึ่งกรมทางหลวงกำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการระดมทุนและการนำรายได้จากมอเตอร์เวย์มาสนับสนุนกองทุน
- เตรียมสรุปและนำเสนอกระทรวงคมนาคม: กันยายน พ.ศ. 2569
- คาดเสนอ ครม. พิจารณา: ปลายปี พ.ศ. 2569
- ออกพ.ร.ฎ.จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน: หลังได้ความเห็นชอบจาก ครม.
| ช่วง | เส้นทาง | ระยะทาง (กม.) | งบประมาณ (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | นครปฐม – ตลาดจินดา | 9.3 | 10,509 |
| ระยะที่ 2 | ตลาดจินดา – ปากท่อ | 51.8 | 40,162 |
| รวม | 61.1 | 50,671 |
การจัดตั้งกองทุนและการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรมทางหลวงอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เพื่อจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศ (TFFIF) ให้สามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนได้ โดยวางฐานรายได้จากมอเตอร์เวย์สาย 7 และ 9 เป็นหลักประกันสำหรับกองทุน นอกจากนี้ยังมีการปรับแก้ พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 เพื่อให้รายได้จากการจัดเก็บค่าตอบแทนที่พักริมทาง (Rest Area) ไหลเข้ากองทุนค่าธรรมเนียมแทนการส่งเข้ากระทรวงการคลังแบบเดิม
ผลกระทบต่อจังหวัดนครปฐมและภูมิภาค
โครงการมอเตอร์เวย์สาย 8 หากเดินหน้าได้ตามแผน จะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสู่ภาคใต้และเชื่อมกับถนนพระราม 2 บริเวณทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มความสะดวกทางการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวของพื้นที่โดยรอบ แต่ในทางกลับกัน กระบวนการเวนคืนที่ดินและการปรับใช้ที่ดินริมทางจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนและผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในแนวเส้นทางโครงการ
ประเด็นที่ต้องติดตาม
หลายประเด็นยังต้องจับตามองทั้งการสรุปรายละเอียดโครงการ การรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความชัดเจนของกรอบการเงินจาก TFFIF รวมถึงระยะเวลาและวิธีการเวนคืน ซึ่งมีผลต่อความเป็นธรรมต่อเจ้าของที่ดินและการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐ
กรมทางหลวงคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นครั้งที่สองและสรุปผลภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ก่อนนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมในเดือนถัดมา เพื่อให้การเสนอ ครม. เกิดขึ้นภายในปีเดียวกัน ส่วนการผลักดันเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาเป็นพระราชบัญญัติจะต้องประสานกับผู้แทนราษฎรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับชาวนครปฐมและผู้เกี่ยวข้อง ควรติดตามประกาศจากกรมทางหลวงและหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับแผนผังแนวทาง การเวนคืนพื้นที่ และการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมด้านการปรับใช้ที่ดินและรับมือผลกระทบด้านเศรษฐกิจ–สังคมในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม