วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม คู่สามีภรรยาเจ้าของธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ นำโดยนายอนุเดช และคุณสุธา เชี่ยวชาญวลิชกิจ มอบเงินจำนวน 100 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารศูนย์ไตเทียมและผู้ป่วยใน สูง 6 ชั้น
รายละเอียดการบริจาคและพิธีรับมอบ
การมอบเงินครั้งนี้มีผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับมอบ โดย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มาร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 และผู้บริหารโรงพยาบาลนครปฐม รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์เป็นสักขีพยาน
ผู้บริจาคระบุเจตนารมณ์ว่าต้องการตอบแทนคุณแผ่นดินและสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายรัฐและผู้บริหารโรงพยาบาลขอบคุณและมองว่าเป็นการเสริมกำลังสำคัญให้ระบบบริการ
ความคาดหมายต่อการให้บริการและผลกระทบต่อพื้นที่
นพ.สมฤกษ์ กล่าวขอบคุณการสนับสนุนจากภาคเอกชนและชี้ว่าเงินบริจาคครั้งนี้จะช่วยพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์และเป็นขวัญกำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลประชาชน ผู้ให้บริการมีประสบการณ์บริหารโรงพยาบาลนครปฐมมาก่อน จึงมองว่าการสนับสนุนภาคเอกชนเช่นนี้จะยกระดับการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ขอขอบคุณนายอนุเดชและคุณสุธา ที่ได้มอบเงินจำนวน 100 ล้านบาทให้กับโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นขวัญและกำลังใจเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และช่วยให้บุคลากรสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น” — นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมระบุว่าโรงพยาบาลเป็นหน่วยบริการขนาดใหญ่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 โดยมีจำนวนเตียงทั้งหมด 860 เตียง และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุหรือผู้ป่วยอาการซับซ้อน
การจัดสรรพื้นที่ในอาคารใหม่
จากแผนที่นำเสนอ ชั้นต่าง ๆ ของอาคาร 6 ชั้นจะถูกออกแบบให้รองรับบริการสำคัญหลายด้าน โดยมีข้อมูลชัดเจนว่าชั้นหนึ่งจะจัดเป็นศูนย์ไตเทียม และชั้นสองเป็นศูนย์ส่องกล้อง เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเฉพาะทาง
- ชั้น 1: ศูนย์ไตเทียม
- ชั้น 2: ศูนย์ส่องกล้อง
- ชั้น 3-6: ใช้เป็นพื้นที่ผู้ป่วยในและบริการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดเพิ่มเติมกำลังรอการวางแผน)
โรงพยาบาลนครปฐมยังเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ในปีการศึกษาต่าง ๆ และมีศูนย์วิจัยคลินิกซึ่งรองรับการดูแลผู้ป่วยจากพื้นที่จำนวนหลายจังหวัด ดังนั้นการขยายอาคารจะส่งผลต่อความสามารถในการให้บริการเชิงวิชาการและการรักษาเชิงลึก
กรอบเวลาและขั้นตอนต่อไป
จากข้อมูลที่เผยแพร่ ทางโรงพยาบาลคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการอาคารแห่งใหม่ได้ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2571 โดยขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำแบบก่อสร้าง การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินงานและอุปกรณ์ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์
ข้อสังเกตเชิงสาธารณสุข
การมีอาคารศูนย์ไตเทียมถาวรในโรงพยาบาลระดับจังหวัดมีความสำคัญต่อการลดภาระการเดินทางของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและผู้ต้องฟอกเลือด และยังช่วยกระจายการเข้าถึงบริการวิชาชีพเฉพาะทางไปยังชุมชนรอบนอกได้ดีขึ้น นอกจากนี้การรองรับผู้ป่วยซับซ้อนยังเสริมโครงสร้างระบบสุขภาพของเขตที่ 5 ในภาพรวม
| ข้อมูล | ตัวเลข/รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนเงินบริจาค | 100,000,000 บาท |
| ขนาดโรงพยาบาล | โรงพยาบาลขนาด 860 เตียง |
| ความสูงอาคารใหม่ | 6 ชั้น (ชั้น 1 ศูนย์ไตเทียม ชั้น 2 ศูนย์ส่องกล้อง) |
| กรอบเวลาเริ่มให้บริการ | คาดกลางปี พ.ศ. 2571 |
การบริจาคจากภาคเอกชนครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่น ทั้งบนมิติการให้บริการ การฝึกอบรม และการวิจัยทางคลินิก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องติดตามขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้างและการจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม