เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 กรมปศุสัตว์รายงานความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 10 จังหวัด ซึ่งมีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผลผลิตปศุสัตว์ในวงกว้าง ทั้งการอพยพ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการประเมินเพื่อจ่ายความช่วยเหลือทางการเงิน
ขนาดของความเสียหายและการอพยพ
จากการสำรวจเบื้องต้น พพื้นที่ได้รับผลกระทบกระจายใน 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน โดยมีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 2,313 ราย สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมรวมประมาณ 715,370 ตัว ซึ่งแบ่งเป็นโค กระบือ สุกร แพะ-แกะ และสัตว์ปีก
หน่วยงานอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วเป็นจำนวนมาก โดยรายงานการอพยพรวมทั้งสิ้น 381,131 ตัว พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์แก่พื้นที่ประสบภัย
ผลกระทบด้านการสูญเสีย
การสำรวจความเสียหายเบื้องต้นชี้ว่าพบสัตว์ตายและสูญหายรวม 20,024 ตัว ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยองและจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีก จำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นตัว ในขณะที่โคและกระบือมีการสูญเสียเป็นจำนวนน้อยกว่า
| ชนิดสัตว์ | จำนวนในพื้นที่น้ำท่วม | การสูญเสีย (เบื้องต้น) |
|---|---|---|
| โค | 3,358 ตัว | 1 ตัว |
| กระบือ | 2,460 ตัว | 1 ตัว |
| สุกร | 8,075 ตัว | ไม่ระบุ |
| แพะ/แกะ | 2,202 ตัว | ไม่ระบุ |
| สัตว์ปีก | 699,275 ตัว | 20,022 ตัว |
มาตรการช่วยเหลือและการเยียวยา
กรมปศุสัตว์ระบุว่าดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายด้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ทั้งการแจกจ่ายอาหารสัตว์พระราชทาน การแจกจ่ายถุงยังชีพสำหรับสัตว์ และการส่งชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ และวิตามิน รวมจำนวน 6,519 ชุด นอกจากนี้ยังได้จัดส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลการรักษาสัตว์ในพื้นที่
- อพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 381,131 ตัว
- แจกจ่ายอาหารสัตว์พระราชทาน จำนวน 22,000 กิโลกรัม
- สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ จำนวน 6,519 ชุด
สำหรับการชดเชยกรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรแก่ผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดอัตราชดเชยตามชนิดและอายุของสัตว์ และกำหนดเพดานจำนวนต่อราย เช่น การชดเชยโคและกระบือมีช่วงอัตราจ่ายตามอายุและประเภท ส่วนสุกร แพะ แกะ และสัตว์ปีกมีการกำหนดอัตราตามชนิดและช่วงอายุเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือกรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายรุนแรงด้วยอัตราต่อไร่ตามที่กฎระเบียบกำหนด
ความท้าทายและผลกระทบเชิงเศรษฐกิจท้องถิ่น
แม้ว่าการอพยพและมาตรการฉุกเฉินจะลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตของสัตว์เป็นวงกว้าง แต่ผลกระทบจากการสูญเสียสัตว์ปีกเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบการตายจากน้ำท่วม จะส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรและห่วงโซ่อุปทานอาหารในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีฟาร์มขนาดเล็กและการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือน
เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความต้องการระยะกลาง-ยาว ทั้งด้านอาหารสัตว์ การฟื้นฟูแปลงหญ้า และการรักษาโรคที่อาจตามมา ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อมูลความเสียหายตามช่องทางที่กรมกำหนดเพื่อขอรับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม้ปริมาณการสูญเสียโดยรวมเมื่อนับรวมทุกจังหวัดอาจไม่มากเมื่อเทียบกับสัตว์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ แต่การสูญเสียในพื้นที่ที่มีรายได้จากปศุสัตว์สะสมอาจกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นได้ชัดเจน ทางกรมปศุสัตว์จึงยังคงให้ความสำคัญกับการสำรวจรายละเอียดและการจัดสรรความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น