สกัดจับบนทางหลวงหมายเลข 108
เมื่อคืนวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ออกตรวจลาดตระเวนและสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบนทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณระหว่างห้วยหยวก–บ้านแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย พบไม้สักซุกซ่อนภายในรถและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ของกลางเป็นไม้สักท่อนและแปรรูป
การตรวจค้นเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบ ไม้สักท่อนจำนวน 1 ท่อน และ ไม้สักแปรรูป 14 แผ่น ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บค 3122 แม่ฮ่องสอน โดยมีการวางไม้ไผ่ทับผ้าใบคลุมไว้ที่ด้านท้ายรถลักษณะต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น
- ผู้ถูกควบคุมตัว: ชาย 2 ราย (ทราบชื่อผู้ขับรถว่า นายเฉลิมชัย และผู้ร่วมทางชื่อ นายเอกพงศ์; นามสกุลสงวนนาม)
- สถานที่จับกุม: ระหว่างห้วยหยวก–บ้านแม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
- หน่วยงานผู้ปฏิบัติ: สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.4 (แม่ลาน้อย)
มูลค่าความเสียหายและค่าภาคหลวง
จากการคำนวณปริมาตรของไม้ ศูนย์ปฏิบัติการระบุว่าปริมาตรรวมของไม้สักที่ยึดได้เท่ากับ 0.43 ลูกบาศก์เมตร แยกเป็นไม้ท่อน 0.11 ลูกบาศก์เมตร และไม้แปรรูป 0.32 ลูกบาศก์เมตร โดยหากคำนวณเป็นมูลค่าความเสียหายที่รัฐควรได้รับ พบว่าเป็นเงินรวมประมาณ 45,000 บาท ขณะที่ค่าภาคหลวงที่ต้องชำระรวมเป็นเงิน 150 บาท
| รายการ | จำนวน/ปริมาตร | ค่าภาคหลวง (บาท) | ค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับ (บาท) |
|---|---|---|---|
| ไม้สักท่อน | 1 ท่อน (0.11 ลบ.ม.) | 22 | 6,600 |
| ไม้สักแปรรูป | 14 แผ่น (0.32 ลบ.ม.) | 128 | 38,400 |
| รวม | 0.43 ลบ.ม. | 150 | 45,000 |
กระบวนการหลังการจับกุม
เจ้าหน้าที่ได้ใช้ดวงตราที่ระบุหมายเลขทะเบียนเพื่อตีประทับบนไม้สักแปรรูปทุกแผ่นเป็นหลักฐาน (ตรา ต.11796 และ ย.1172) จากนั้นรวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ลาหลวง เพื่อนำตัวผู้ถูกควบคุมไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ของกลางถูกนำไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.4 (แม่ลาน้อย) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ความสำคัญเชิงนโยบายและพื้นที่เสี่ยง
การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ในพื้นที่ภูมิภาคตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถนนหลวงหมายเลข 108 เป็นเส้นทางผ่านหลายอำเภอและมักเป็นช่องทางที่ผู้ลักลอบใช้ขนย้ายไม้จากพื้นที่ป่าไปยังจุดจำหน่าย การลาดตระเวนเชิงรุกและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความจำเป็นในการลดปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย
ข้อเรียกร้องเชิงปฏิบัติ
- เสริมกำลังลาดตระเวนในเส้นทางเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและบริเวณที่เป็นทางผ่านของรถบรรทุกไม้
- พัฒนาการเฝ้าระวังด้วยข้อมูลข่าวสารจากชาวบ้านและการใช้เทคโนโลยีเพื่อสกัดกั้นการขนไม้ผิดกฎหมาย
- เร่งดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดผลเป็นเยี่ยงอย่างและลดแรงจูงใจทางการค้าไม้ผิดกฎหมาย
คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง ฝ่ายปกครองและหน่วยงานป่าไม้ท้องถิ่นจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้การบุกรุกและการค้าทรัพยากรป่าไม้มียอดเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน