กรุงเทพฯ — กรมควบคุมโรครายงานว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยังคงพบอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล โดยยืนยันว่าระบบสาธารณสุขยังมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยและเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลง
สถานการณ์รวมและข้อมูลเฝ้าระวัง
จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสมจำนวน 99,691 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.02 ข้อมูลยังชี้ว่าโรคนี้พบในทุกช่วงอายุ โดยกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือเด็กอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 30–39 ปี และ 20–29 ปี
สายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง
การติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแสดงให้เห็นว่า สายพันธุ์หลักที่พบในประเทศไทยปัจจุบันคือโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย NB.1.8.1 ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อจำนวน 524 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 50.14 ของผู้ป่วยที่เฝ้าระวังในชุดข้อมูลดังกล่าว โดยยังไม่มีหลักฐานชี้ว่าสายพันธุ์ดังกล่าวทำให้เกิดโรครุนแรงเพิ่มขึ้น
อาการและคำแนะนำสำหรับประชาชน
อาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยปัจจุบันเป็นลักษณะของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว และอ่อนเพลีย ซึ่งคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป
“ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามแนวทาง ‘ป่วยพัก ลดใกล้ชิด’ หากมีอาการให้พักสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง”
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าหากมีอาการควรพักผ่อนเพียงพอ สังเกตอาการตนเองและหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก (โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี) ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากต้องออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ควรสวมหน้ากากและล้างมือบ่อย ๆ
การรับวัคซีนและความพร้อมของระบบสาธารณสุข
กรมควบคุมโรคชี้ว่ากลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนเพื่อช่วยลดโอกาสป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ขณะเดียวกันระบบสาธารณสุขระดับประเทศยังมีความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยและเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อ
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ
นอกจากโควิด-19 แล้ว กรมควบคุมโรคแจ้งว่าโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงขอให้ประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจโดยรวม
- พักผ่อนและสังเกตอาการ หากมีไข้หรืออาการทางเดินหายใจ
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว
- สวมหน้ากาก เมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีน ตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
| ตัวชี้วัด | ข้อมูล (1 ม.ค.–31 ส.ค. 2569) |
|---|---|
| ผู้ป่วยสะสม | 99,691 ราย |
| ผู้เสียชีวิต | 15 ราย |
| อัตราป่วยตาย | 0.02% |
| สายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวัง | โอมิครอน ย่อย NB.1.8.1 (524 ราย) |
สำหรับประชาชนในจังหวัดแพร่ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการ ควรติดต่อหน่วยบริการสาธารณสุขท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อตรวจประเมินและรับคำแนะนำที่เหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตามความจำเป็น
กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง