พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียก ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ให้เข้าชี้แจงเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และประเด็นการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีกับชาวต่างชาติ โดยระบุว่าจะมีการออกหมายเรียกอีกครั้งในวันที่ 28 กันยายน และเป็นการเรียกครั้งที่สาม
การดำเนินการตามระเบียบของ DSI
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงว่า การเรียกให้ปากคำครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งหน่วยงานได้ออกเอกสารเรียกผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายรอบ แต่บางครั้งหมายเรียกอาจไม่ถึงตัวผู้รับ ทำให้ต้องออกเอกสารซ้ำ
เมื่อถามถึงมาตรการหาก ส.ส.ไม่เข้าพบในวันที่กำหนด พล.ต.ท.รุทธพลแจ้งว่าหน่วยงานจะดำเนินการตามระเบียบของ DSI โดยต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดก่อน หากพบว่าไม่มีการเข้ารับคำเรียกร้อง ผู้ดำเนินคดีจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24
สัญญาณการออกหมายจับหากไม่เข้ารับคำเรียก
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวหมายรวมถึงการขอออกหมายจับหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบสั้น ๆ ว่า
“ครับผม”
คำตอบดังกล่าวสะท้อนความเป็นไปได้ที่หน่วยงานจะดำเนินการเข้มงวดหากผู้ถูกเรียกไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกตัว แต่รัฐมนตรีย้ำว่าต้องให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณารายละเอียดเชิงคดี
ผลต่อภาพลักษณ์การเมืองท้องถิ่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสนใจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเกี่ยวข้องกับตัวแทนราษฎรของพื้นที่ หากมีการออกหมายจับและการดำเนินคดีเป็นจริง ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในตัวบุคคลและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเรื่องการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยบุคคลต่างชาติผ่านช่องทางนอมินียังเป็นประเด็นที่ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ประชาชนควรรู้
- การเรียกให้ปากคำของ DSI เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากหน่วยงานเห็นว่าจำเป็นจะออกหมายเรียกซ้ำ
- หากผู้ถูกเรียกไม่มาพบตามหมายเรียก อาจมีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. และอาจรวมถึงการขอหมายจับ ขึ้นกับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน
- กระบวนการสอบสวนแบ่งแยกระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานเชิงคดีและการปฏิบัติตามระเบียบการเรียกตัว
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว
ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่พึ่งพารายได้จากอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวเป็นหลัก ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองทรัพย์สินให้ชาวต่างชาติอาจก่อให้เกิดความกังวลด้านภาพลักษณ์และการลงทุนในพื้นที่ แม้ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางคดี แต่ความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานรัฐเป็นหัวใจสำคัญต่อความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและประชาชน
เส้นตายและข้อสังเกต
จากข้อมูลที่เปิดเผย จุดสำคัญคือวันที่ 28 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ DSI จะออกเรียกอีกครั้งและถือเป็นการเรียกเพิ่มเติมหลังจากเอกสารเรียกก่อนหน้านี้ไม่ถึงผู้รับ การติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนในช่วงนี้จึงมีความสำคัญต่อการประเมินทิศทางคดี
ความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของ DSI ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องควรให้ความร่วมมือเพื่อให้กระบวนการไต่สวนและสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
การติดตามความคืบหน้าของคดีนี้จะมีผลทั้งทางการเมืองและมิติด้านกฎหมายในจังหวัดภูเก็ต ทีมข่าวจะติดตามการออกหมายเรียกและรายงานความเคลื่อนไหวต่อไป
| รายการ | สถานะ |
|---|---|
| จำนวนครั้งที่ออกหมายเรียก | 3 ครั้ง (ครั้งล่าสุดกำหนด 28 ก.ย.) |
| หน่วยงานผู้ดำเนินการ | กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) |
| ประเด็นสอบสวน | การถือครองอสังหาริมทรัพย์และการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินี |