การเมือง ภูเก็ต ภูเก็ต (71)

กระทรวงยุติธรรมเผยเตรียมออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย ส.ส.ภูเก็ต ปมถือครองนอมินี

พล.ต.ท.รุทธพล ระบุ DSI จะออกหมายเรียก ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน อีกครั้งในวันที่ 28 ก.ย. หากไม่มาให้ปากคำอาจนำไปสู่การขอหมายจับ ขณะหน่วยงานเน้นปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย

กระทรวงยุติธรรมเผยเตรียมออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย ส.ส.ภูเก็ต ปมถือครองนอมินี
©ภาพประกอบ อภิชาติ ทะเลทอง / we-news.com

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียก ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ให้เข้าชี้แจงเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และประเด็นการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีกับชาวต่างชาติ โดยระบุว่าจะมีการออกหมายเรียกอีกครั้งในวันที่ 28 กันยายน และเป็นการเรียกครั้งที่สาม

การดำเนินการตามระเบียบของ DSI

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงว่า การเรียกให้ปากคำครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งหน่วยงานได้ออกเอกสารเรียกผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายรอบ แต่บางครั้งหมายเรียกอาจไม่ถึงตัวผู้รับ ทำให้ต้องออกเอกสารซ้ำ

เมื่อถามถึงมาตรการหาก ส.ส.ไม่เข้าพบในวันที่กำหนด พล.ต.ท.รุทธพลแจ้งว่าหน่วยงานจะดำเนินการตามระเบียบของ DSI โดยต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดก่อน หากพบว่าไม่มีการเข้ารับคำเรียกร้อง ผู้ดำเนินคดีจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24

สัญญาณการออกหมายจับหากไม่เข้ารับคำเรียก

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวหมายรวมถึงการขอออกหมายจับหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบสั้น ๆ ว่า

“ครับผม”

คำตอบดังกล่าวสะท้อนความเป็นไปได้ที่หน่วยงานจะดำเนินการเข้มงวดหากผู้ถูกเรียกไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกตัว แต่รัฐมนตรีย้ำว่าต้องให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณารายละเอียดเชิงคดี

ผลต่อภาพลักษณ์การเมืองท้องถิ่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสนใจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเกี่ยวข้องกับตัวแทนราษฎรของพื้นที่ หากมีการออกหมายจับและการดำเนินคดีเป็นจริง ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในตัวบุคคลและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเรื่องการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยบุคคลต่างชาติผ่านช่องทางนอมินียังเป็นประเด็นที่ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ประชาชนควรรู้

  • การเรียกให้ปากคำของ DSI เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากหน่วยงานเห็นว่าจำเป็นจะออกหมายเรียกซ้ำ
  • หากผู้ถูกเรียกไม่มาพบตามหมายเรียก อาจมีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. และอาจรวมถึงการขอหมายจับ ขึ้นกับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน
  • กระบวนการสอบสวนแบ่งแยกระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานเชิงคดีและการปฏิบัติตามระเบียบการเรียกตัว

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว

ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่พึ่งพารายได้จากอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวเป็นหลัก ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองทรัพย์สินให้ชาวต่างชาติอาจก่อให้เกิดความกังวลด้านภาพลักษณ์และการลงทุนในพื้นที่ แม้ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางคดี แต่ความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานรัฐเป็นหัวใจสำคัญต่อความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและประชาชน

เส้นตายและข้อสังเกต

จากข้อมูลที่เปิดเผย จุดสำคัญคือวันที่ 28 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ DSI จะออกเรียกอีกครั้งและถือเป็นการเรียกเพิ่มเติมหลังจากเอกสารเรียกก่อนหน้านี้ไม่ถึงผู้รับ การติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนในช่วงนี้จึงมีความสำคัญต่อการประเมินทิศทางคดี

ความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมาย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของ DSI ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องควรให้ความร่วมมือเพื่อให้กระบวนการไต่สวนและสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม

การติดตามความคืบหน้าของคดีนี้จะมีผลทั้งทางการเมืองและมิติด้านกฎหมายในจังหวัดภูเก็ต ทีมข่าวจะติดตามการออกหมายเรียกและรายงานความเคลื่อนไหวต่อไป

รายการ สถานะ
จำนวนครั้งที่ออกหมายเรียก 3 ครั้ง (ครั้งล่าสุดกำหนด 28 ก.ย.)
หน่วยงานผู้ดำเนินการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ประเด็นสอบสวน การถือครองอสังหาริมทรัพย์และการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินี
อภิชาติ ทะเลทอง
อภิชาติ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ต ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ อภิชาติ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

71ภูเก็ต

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ภูเก็ต ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว