เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งและควบคุมตัวหญิงวัย 31 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์บริเวณหน้าโกดังเก็บน้ำและเครื่องดื่ม ใกล้วัดเขาคูบา ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี หลังจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะปีนผ่านรั้วเหล็กแล้วใส่สิ่งของลงในถุง ก่อนหลบหนีในช่วงกลางดึกของวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา
ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์ถูกเปิดเผยเมื่อสมาชิกชุมชนและผู้เสียหายร้องเรียนว่า มีของหายบ่อยครั้งในย่านดังกล่าว เจ้าของโกดังซึ่งเป็นผู้เก็บน้ำและเครื่องดื่มเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้ารายย่อยจึงติดตั้งกล้องวงจรปิด ผลภาพจากกล้องช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุบุคคลต้องสงสัยได้ชัดเจนและติดตามไปจนพบตัว
“ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนเข้าไปขโมยน้ำจริง”
จากการตรวจสอบตำรวจระบุชื่อผู้ต้องหาเป็น นางสาวณัฐกานต์ หรือ "จี๋" อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่พบตัวอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งมีความสูงเพียงประมาณ 60 เซนติเมตร ผู้ต้องหาชี้แจงว่าได้ขโมยน้ำดื่มบรรจุแพ็กหลายแพ็กไปขาย แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อยาบ้าเสพ
พฤติการณ์และผลกระทบต่อชุมชน
เหตุการณ์นี้แม้เป็นการขโมยสิ่งของมีมูลค่าไม่สูง แต่เป็นการก่อเหตุซ้ำในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สิน นอกจากนี้กรณีดังกล่าวยังสะท้อนปัญหาการเสพยาเสพติดที่ขับเคลื่อนให้ผู้ติดยาไปสู่การกระทำผิดเพื่อหาเงินซื้อยา
- สถานที่เกิดเหตุ: หน้าโกดังเก็บน้ำและเครื่องดื่ม ใกล้วัดเขาคูบา ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี
- ผู้ต้องหา: นางสาวณัฐกานต์ หรือ จี๋ อายุ 31 ปี
- วิธีการก่อเหตุ: ปีนรั้วเหล็กเข้าถึงสินค้า ใส่ลงถุงแล้วหลบหนี
- พยานหลักฐาน: ภาพกล้องวงจรปิดและการรับสารภาพของผู้ต้องหา
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิดเหตุ | ประมาณเวลา 22.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2569 |
| การกระทำ | ขโมยน้ำดื่มบรรจุแพ็กจากหน้าโกดัง |
| การดำเนินคดี | ตำรวจควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี |
การดำเนินคดีและมาตรการป้องกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า นำของที่ขโมยไปขายแล้วนำเงินไปซื้อยาบ้าเม็ดละ 20 บาทเพื่อเสพ เหตุการณ์นี้จึงเชื่อมโยงกับปัญหายาเสพติด ซึ่งต้องอาศัยทั้งมาตรการทางอาญาและการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยา
ตัวแทนชุมชนเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นและตำรวจเพิ่มการลาดตระเวน ปรับปรุงระบบแสงสว่างริมถนน และสนับสนุนกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง เพื่อยับยั้งการก่อเหตุซ้ำ นอกจากนี้ยังมีความต้องการให้หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเข้ามาช่วยประเมินสภาพผู้ต้องหาและให้การบำบัดตามความจำเป็น
สิ่งที่ชุมชนควรร่วมกันทำ
เหตุการณ์นี้เป็นเตือนให้ชุมชนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างปัญหายาเสพติดกับอาชญากรรมในระดับชุมชน แนวทางปฏิบัติที่ควรพิจารณา ได้แก่
- เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงและบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ตลอด
- จัดรอบการลาดตระเวนร่วมระหว่างตำรวจและอาสาสมัครป้องกันภัยประจำชุมชน
- ส่งผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัดฟื้นฟูและให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่าชุมชนและหน่วยงานต้องร่วมมือกันทั้งด้านการป้องกันและการดูแลผู้เสพ เพื่อไม่ให้ปัญหาทำให้ความปลอดภัยของชุมชนลดลงและไม่ลุกลามเป็นอาชญากรรมซ้ำซ้อน