เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีสัญจรจะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 31 สิงหาคม–1 กันยายน เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและผังเมืองของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงการเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมในภูมิภาคตอนล่างของประเทศ
เป้าหมายหลักของการประชุมสัญจร
จากคำสั่งเตรียมการเบื้องต้น การประชุมจะมุ่งเน้นพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยจะหารือเรื่องการปรับปรุงผังเมืองและโซนนิ่ง รวมทั้งการสนับสนุนอาชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชนได้ร่วมกันรวบรวมเอกสารเสนอความเห็นเตรียมส่งให้กระทรวงมหาดไทย
การเตรียมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
ในประเด็นการบริหารจัดการน้ำ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าได้เป็นประธานการประชุมเพื่อวางแผนการบริหารอุทกภัยสำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหัวหน้าโครงการในการเตรียมป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำหลาก เนื่องจากฝนยังคงตกหนักในฝั่งอันดามัน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันที่ประชุม ครม.สัญจร | 31 ส.ค.–1 ก.ย. พ.ศ. 2569 |
| พื้นที่เป้าหมาย | 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) |
| การเตรียมรับมืออุทกภัย | มอบ ปภ. เป็นหัวหน้าจัดการสำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้ |
เสียงจากผู้แทนพื้นที่: อยากได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
นักการเมืองท้องถิ่นและผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เห็นตรงกันว่าการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ควรผลักดันไปสู่การวางแผนระยะยาว ไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการใช้โอกาสนี้เปิดโต๊ะร่วมพิจารณาการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการน้ำ และการสร้างงานเพื่อยกระดับรายได้ของประชาชน
“นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลก็เดินหน้า ไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมาอยู่ในพื้นที่ เราสามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้”
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังว่าการลงพื้นที่จะนำไปสู่การบูรณาการมาตรการระหว่างหน่วยงาน แทนการแก้ไขเฉพาะเรื่องที่แยกกันตามกระทรวง
งบประมาณรองรับและโครงการฟื้นฟู
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เริ่มอนุมัติงบกลางเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูและพัฒนาแล้วบางส่วน โดยมีการอนุมัติวงเงินเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมในพื้นที่ 5 จังหวัดก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนแนวคิดในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่แทนการแก้เป็นรายจังหวัด ทั้งนี้ การพิจารณาโครงการและกรอบงบประมาณจะต้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สภาพัฒน์ฯ และกระทรวงที่รับผิดชอบแต่ละด้าน
ผลกระทบต่อประชาชนและความคาดหวังท้องถิ่น
สำหรับประชาชนในพื้นที่ ประเด็นที่หวังการแก้ไขมีทั้งการคืนรายได้ การส่งเสริมอาชีพเสริม และการปรับปรุงผังเมืองเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซากจากภัยพิบัติ เมืองหาดใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและมีบทบาทเชื่อมโยงการค้าการลงทุนในภูมิภาค
- เตรียมเสนอแผนผังเมืองและโซนนิ่งที่ต้องปรับปรุง
- รวบรวมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและอาชีพเสริมสำหรับ 5 จังหวัดชายแดนใต้
- มอบหมาย ปภ. เป็นผู้นำการจัดการด้านอุทกภัยใน 14 จังหวัดภาคใต้
การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้จึงมีความหมายทั้งในเชิงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและเป็นโอกาสในการวางวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในภาพรวม ผลการประชุมและข้อสรุปจากการนำเสนอโครงการของผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดรวมถึงการสรุปที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนการประชุมใหญ่อีกครั้ง จะเป็นตัวชี้วัดว่าการประชุมสัญจรครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
รายงานเพิ่มเติมจะติดตามความคืบหน้าโครงการและคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสำรวจความเห็นจากภาคประชาสังคมและภาคเอกชนเพื่อสะท้อนมุมมองของผู้ได้รับผลกระทบต่อไป