คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ เพิ่มวงเงิน และ ขยายระยะเวลาการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามัน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นอาคารขนาด 60 เตียง มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,508 ตารางเมตร การตัดสินใจดังกล่าวมาจากการที่รายละเอียดโครงการเปลี่ยนแปลงหลังการทดสอบชั้นดิน ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนชนิดฐานรากโดยมีผลกระทบต่อวงเงินก่อสร้าง
ปัจจัยที่ทำให้ต้องปรับงบประมาณ
ตามรายงานจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในขั้นต้นโครงการได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 46.46 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 9.29 ล้านบาท และผูกพันไว้สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 37.17 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชั้นดินพบความจำเป็นต้องเปลี่ยนฐานรากจากชนิดเสาเข็มเจาะเป็นฐานรากชนิดแผ่ ทำให้มีการจัดทำราคากลางใหม่และปรับประมาณการค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลาได้สำรวจราคาวัสดุก่อสร้างจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้เคียงและกำหนดราคากลางเป็นจำนวน 50 ล้านบาท ก่อนจะมีการเปิดประมูลและพบว่ามีผู้เสนอราคาต่ำสุดจำนวน 48.85 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินที่เคยจัดสรรไว้เดิม 2.39 ล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 1.15 ล้านบาท
"คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามความเห็นสำนักงบประมาณและให้กระทรวงสาธารณสุข รับความเห็นของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไป"
การจัดสรรงบและแหล่งเงิน
เพื่อให้การก่อสร้างเดินต่อไปได้ สำนักงบประมาณได้พิจารณาและเห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายการและยอมรับราคาก่อสร้างที่เสนอมา โดยกำหนดให้เบิกจ่ายดังนี้
- เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 9.29 ล้านบาท
- ส่วนที่เกินงบประมาณเดิม จำนวน 2.39 ล้านบาท ให้เบิกจ่ายจากเงินบำรุงโรงพยาบาลรามัน
- ส่วนที่เหลือจำนวน 37.17 ล้านบาท ให้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569–2570
| รายการ | จำนวน (ล้านบาท) |
|---|---|
| งบเดิมที่จัดสรร | 46.46 |
| ราคากลางที่จัดทำ | 50.00 |
| ราคาผู้เสนอราคาต่ำสุด | 48.85 |
| เงินบำรุงโรงพยาบาลที่ใช้ | 2.39 |
ความสำคัญเชิงบริการสาธารณสุข
อาคารผู้ป่วยในขนาด 60 เตียงแห่งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการรับผู้ป่วยและบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนในอำเภอรามันและพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในบริบทที่การเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลยังมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ของจังหวัดชายแดนใต้ การเร่งรัดการก่อสร้างและการบริหารจัดการงบประมาณจึงเป็นประเด็นที่ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นให้ความสนใจ
ประเด็นที่ต้องติดตาม
การอนุมัติครั้งนี้ยังเปิดข้อพิจารณาในเชิงนโยบายและการกำกับดูแล ได้แก่ การตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การกำกับติดตามคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบมาตรฐาน และการบริหารจัดการงบประมาณผูกพันข้ามปีให้สอดคล้องกับแผนการเงินของหน่วยงาน ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการและการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่
ในภาพรวม การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้สะท้อนขั้นตอนการปรับเปลี่ยนโครงการภายใต้ข้อจำกัดทางชั้นดินและราคาก่อสร้างจริง แต่ยังคงต้องติดตามการดำเนินงานภาคสนามต่อไปว่าจะสามารถควบคุมคุณภาพและงบประมาณให้อยู่ภายในกรอบที่กำหนดได้อย่างไร