วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2569 น.ส.บุญญารักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาวตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เดินทางเข้าร้องทุกข์ที่ทำการผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หลังพบความผิดปกติในประวัติการรักษาตัวที่ปรากฏในแอปพลิเคชันระบบสาธารณสุข โดยเนื้อหาที่ปรากฏไม่สอดคล้องกับประวัติของตนเองและมีการใช้สิทธิ์ในโรงพยาบาลหลายแห่งทั้งในจังหวัดและจังหวัดอื่น ๆ
ผู้ร้องกล่าวว่าพบหลักฐานในแอปพลิเคชัน
น.ส.บุญญารักษ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" เพื่อตรวจสอบข้อมูลการรักษาและเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการฝากครรภ์ แต่เมื่อเปิดดูพบประวัติการรับบริการด้านสาธารณสุขจำนวนมากที่ตนเองไม่เคยมี เช่น ประวัติการฝากครรภ์ 2 ครั้ง, ประวัติการแท้งลูก และประวัติการผ่าตัดโรคนิ่ว รวมทั้งรายการรักษาอื่น ๆ ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรกและไม่เคยมีประวัติการรักษาดังกล่าว
ข้อสงสัยไปสู่สมาชิกในครอบครัวและการแจ้งความ
ผู้ร้องระบุว่ามีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปีที่แล้ว คือ น้องสาวแท้ ๆ ชื่อ น.ส.จิตชญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ได้ขโมยรถจักรยานยนต์และกระเป๋าที่ภายในมีบัตรประชาชนของตน แล้วหลบหนีออกจากบ้านและไม่ได้ติดต่อกลับมา หลังจากนั้นตนได้ไปแจ้งทำบัตรประชาชนใบใหม่ แต่เพิ่งมาพบความผิดปกติจากข้อมูลในระบบสาธารณสุขภายหลัง จึงสงสัยว่าบัตรประชาชนฉบับเดิมอาจถูกนำไปใช้แอบอ้างให้เกิดประวัติการรักษาที่ไม่เป็นความจริง
"ขณะนี้ตนเพิ่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 1 เดือน และเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก จึงรู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อพบข้อมูลดังกล่าว" น.ส.บุญญารักษ์กล่าว
ความตกใจของผู้ร้องยังรวมถึงความกังวลว่าข้อมูลในระบบจะทำให้บุคคลใกล้ชิดเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะการตั้งครรภ์และประวัติการรักษา จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองขลุงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
บทบาทผู้ใหญ่บ้านและแนวทางเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่
นายโกมินทร์ พระรักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน และนายชัยวัฒน์ เรื่อศรีจันทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายและเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนนำเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการ ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำแนวทางการติดต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประเด็นหลักที่ผู้ร้องเป็นกังวล ได้แก่ ประวัติการรักษาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ครอบครัว
- พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำเสนอ คือการแสดงข้อมูลจากแอปพลิเคชันหมอพร้อมและประวัติการถูกขโมยบัตรประชาชน
- การดำเนินการแล้ว คือการแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองขลุงและขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน
มุมมองด้านกฎหมายและผลกระทบต่อผู้เสียหาย
กรณีการนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นไปใช้แอบอ้างเข้ารับบริการหรือกระทำการใด ๆ นับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงอาจมีผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขของผู้เสียหายเอง ในทางปฏิบัติผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น ใบแจ้งความสำเนาแอปพลิเคชันหรือบันทึกการเข้าระบบ และติดตามการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด
| ข้อมูลที่ปรากฏในระบบ | สถานะตามคำให้การผู้ร้อง |
|---|---|
| การฝากครรภ์ 2 ครั้ง | ผู้ร้องยืนยันว่าไม่เป็นความจริง |
| ประวัติการแท้งลูก | ผู้ร้องยืนยันว่าไม่เคยมี |
| ประวัติการผ่าตัดโรคนิ่ว/การรักษาอื่น ๆ | ผู้ร้องยืนยันว่าไม่มีประวัติดังกล่าว |
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบที่มาของบัตรประจำตัวประชาชนที่ถูกขโมยและการตรวจสอบข้อมูลการใช้สิทธิ์ในระบบสาธารณสุขเพื่อยืนยันว่ามีการแอบอ้างจริงหรือไม่ สำหรับประชาชนในพื้นที่ ผู้เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการสาธารณสุขควรเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบตัวตนก่อนให้บริการ และผู้ใดพบเห็นการแอบอ้างควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ข่าวนี้ชี้ให้เห็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจสร้างผลกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของประชาชน ตลอดจนความสำคัญของการป้องกันและติดตามกรณีบัตรประจำตัวประชาชนสูญหายหรือถูกขโมยในพื้นที่กำแพงเพชร เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมา