เมื่อคืนวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 23.18 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งชนอู่ซ่อมรถยนต์ริมถนนสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ บริเวณหมู่บ้านหนองครก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ยานพาหนะของลูกค้าที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายหลายคัน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสตามการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
สภาพเหตุและผู้ได้รับผลกระทบ
จากการตรวจสภาพที่เกิดเหตุ พบรถกระบะคันต้นเหตุเป็นสีบรอนซ์เงิน ด้านหน้าพังยับเยิน คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยกเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุ ส่วนภายในอู่มีรถของลูกค้าที่จอดซ่อมและอู่ช่างได้รับความเสียหาย
| รายการ | จำนวน/ความเสียหาย |
|---|---|
| รถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย | 3 คัน |
| รถกระบะติดคอกซึ่งถูกชนท้าย | พังยุบ |
| รถจักรยานยนต์ | ล้ม เสียหายเล็กน้อย |
คำให้การของคนขับและเจ้าของอู่
"ขับรถไปทำงานให้บริษัทที่จังหวัดชลบุรี ขณะมุ่งหน้ากลับบริษัทตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ถึงที่เกิดเหตุหลับในทำให้รถเสียหลักข้ามเลนมาชนอู่ซ่อมรถทำให้เกิดความเสียหาย"
เป็นข้อความที่คนขับให้การกับเจ้าหน้าที่ซึ่งชี้ว่าปัจจัยเรื่องความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลมีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้านเจ้าของอู่อธิบายว่าในขณะเกิดเหตุเขากำลังนอนอยู่ในห้องพักของอู่ ได้ยินเสียงดังคล้ายฟ้าร้อง เมื่อออกมาพบว่ามีรถกระบะพุ่งเข้ามาในพื้นที่ทำให้รู้สึกตกใจมาก และย้ำว่าโชคดีที่เวลาเกิดเหตุเป็นช่วงกลางคืนจึงไม่มีประชาชนจำนวนมากอยู่บริเวณนั้น หากเกิดเหตุในช่วงกลางวัน ผลกระทบอาจรุนแรงกว่านี้
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ โดยภาพจากกล้องแสดงให้เห็นว่ารถกระบะข้ามเลนและพุ่งเข้าชนอู่ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถยกเคลื่อนย้ายรถคันต้นเหตุออกจากจุดอันตรายแล้ว
เบื้องต้นตำรวจจะเชิญผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยคนขับเจ้าของอู่และเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหายมาพูดคุยตกลงเรื่องค่าเสียหาย ก่อนสรุปสาเหตุและพิจารณาว่าจะดำเนินคดีในข้อหาใดบ้างตามพยานหลักฐานต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำ
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะกรณีผู้ขับขี่ที่เดินทางไกลจนเกิดความเหนื่อยล้าจนหลับใน การหลับในขณะขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่มีร้านบริการและอู่งานซ่อมตั้งอยู่ใกล้กับช่องทางจราจร
- หากต้องเดินทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอหรือหยุดพักเป็นระยะ
- ผู้ประกอบการอู่ควรจัดที่จอดปลอดภัยและมีสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันยานพาหนะหลุดเข้าพื้นที่ทำงาน
- ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์หรือมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องควรแจ้งข้อมูลแก่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน
ภาพรวมและขั้นตอนต่อไป
เหตุการณ์นี้แม้จะไม่เกิดผู้เสียชีวิต แต่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินและสะท้อนปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ตำรวจท้องที่จะต้องพิจารณาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องก่อนสรุปคดีและเรียกค่าเสียหายตามกระบวนการ ส่วนประชาชนในพื้นที่ควรตระหนักถึงความเสี่ยงเมื่อเดินทางไกล และผู้ประกอบการอู่ควรเพิ่มมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุซ้ำรอย