เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุบริเวณหมู่บ้านในพื้นที่ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นหลังเกิดลมกระโชกแรงจนทำให้ไฟลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุฉุกเฉินดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
การสั่งการและการประสานงานของหน่วยงาน
ตามรายงาน นาย สมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้มีการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อยับยั้งการลุกลามของเพลิง โดยระบุให้เรียกกำลังและอุปกรณ์สนับสนุนจากทั้งหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนภูมิภาคเข้าช่วยปฏิบัติการ
“ให้ระดมกำลังและรถดับเพลิงจากหน่วยงานในพื้นที่ ... เข้าฉีดน้ำสกัดและควบคุมแนวไฟ”
หน่วยงานที่ถูกระบุให้ร่วมปฏิบัติการ ได้แก่
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัด
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เคร็ง และเทศบาลในพื้นที่
- หน่วยควบคุมไฟป่า ชุดปฏิบัติการในท้องถิ่น
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนชิง ซึ่งเปิดช่องทางฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงเพื่อรับแจ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ
การขอสนับสนุนฝนเทียมและการดูแลประชาชน
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานไปยังนาย วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอสนับสนุนปฏิบัติการ ฝนเทียม เป็นอีกมาตรการหนึ่งในการช่วยลดการลุกลามของไฟป่าและควบคุมควัน ซึ่งเป็นผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ในด้านการดูแลประชาชน ผู้ว่าฯ มอบหมายให้นาย สุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เช่น ผู้มีอาการสำลักควันหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยใช้ช่องทางติดต่อฉุกเฉินที่เปิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
| ประเด็น | หน่วยงาน/การดำเนินการ |
|---|---|
| การควบคุมเพลิง | ปภ. จังหวัด, อบต./เทศบาล, หน่วยควบคุมไฟป่า — ระดมรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ |
| การสนับสนุนฝนเทียม | ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร |
| การช่วยเหลือประชาชน | รพ.สต.บ้านควนชิง เปิดช่องทางฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง |
ผลกระทบด้านสุขภาพและการเตือนภัย
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าควันไฟจากการเผาไหม้พรุเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือหัวใจ การเปิดช่องทางติดต่อฉุกเฉินของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนชิงมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงและให้การรักษาเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยจากควันไฟได้ทันท่วงที
สถานการณ์ในระหว่างการรายงานมีการเน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนสำรองในกรณีที่เพลิงลุกลามเพิ่มเติม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือพบภัยสามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที
เหตุเพลิงไหม้ป่าพรุครั้งนี้สะท้อนความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการการประสานงานของหลายภาคส่วน ทั้งการป้องกันและการตอบโต้ฉุกเฉิน ร่วมถึงมาตรการระยะยาวในการจัดการพื้นที่พรุเพื่อป้องกันการลุกไหม้ซ้ำในอนาคต