เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมดำเนินการสอบสวนคดีเรียกรับเงินในการสอบบรรจุงานท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ หลังจากมีการเข้าร้องเรียนและแจ้งความจากผู้เสียหายจำนวนหลายคดี โดยการสอบสวนมีการเรียกตัวผู้ต้องหาและผู้เสียหายเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม
ผู้ต้องหา-ผู้เสียหายที่ถูกเชิญสอบปากคำ
วันที่เจ้าหน้าที่ DSI ลงพื้นที่และสอบปากคำ ณ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ต้องหาที่ถูกเชิญตัวเข้าพบรวมจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายประยูร เดชหาญ, นายณัฐกฤต ไตรรัตน์ และ นายประวิทย์ จารุรัชกุล (เฮง) ขณะที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเข้ารับการสอบเข้ามาให้ปากคำด้วยจำนวนหนึ่ง
ปริมาณผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหาย
ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ระบุจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นว่า ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษมีผู้ถูกหลอกลวงให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการสอบบรรจุงานท้องถิ่นประมาณ 600–700 คน โดยมูลค่าความเสียหายรวมเฉพาะพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษสูงถึงประมาณ 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ มีการแจ้งความเป็นคดีแล้วจำนวน 19 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายหลายรายที่เป็นประชาชนทั่วไป รวมถึงข้าราชการท้องถิ่นบางส่วนที่ถูกกล่าวถึงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่อผู้เสียหาย
จากคำให้การของผู้เสียหายพบว่า หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระหนัก หลายคนยอมขายทรัพย์สินหรือกู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อจ่ายเงินตามที่ถูกเรียกร้อง บางรายถูกเรียกเงินสูงถึง 650,000 บาท ขณะที่บางรายมีเงินสำรองเพียงสองสามหมื่นบาท ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยรายวันและมีผลกระทบด้านสภาพความเป็นอยู่
“สิ่งที่อยากจะย้ำคือ ใครที่จ่ายเงินให้มาแจ้งความ เพราะยังมีโอกาสได้เงินคืน คนพวกนี้เริ่มกลัว โดยจะติดต่อคนที่จ่ายเงิน เพราะถ้าวันที่ 20 ส.ค. ไม่จ่ายเงินคืนจะโดนคดีหนัก”
แนวทางการสืบสวนและขยายผล
หลังจากรับเรื่องและรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้น DSI ได้ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยมีแผนจะส่งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรื้อคดีในพื้นที่อื่น ๆ ที่อาจมีรูปแบบหรือเครือข่ายคล้ายกัน
- จะขอข้อมูลรื้อคดีจากโรงพักทั่วประเทศจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- จะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน
- ให้หน่วยงานระดับจังหวัดตั้งกรรมการสอบสวนด้านวินัยต่อบุคลากรท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหา
ตัวเลขสำคัญสรุปเบื้องต้น
| รายการ | จำนวน/มูลค่า |
|---|---|
| ผู้ต้องหาที่ถูกเชิญสอบปากคำ | 3 ราย |
| คดีที่มีการแจ้งความแล้วใน จ.ศรีสะเกษ | 19 คดี |
| ผู้ถูกหลอกลวงในพื้นที่ (ประมาณ) | 600–700 คน |
| มูลค่าความเสียหายเฉพาะ จ.ศรีสะเกษ | ประมาณ 300 ล้านบาท |
ข้อสังเกตด้านกฎหมายและสาธารณะ
คดีลักษณะนี้อาจเข้าข่ายความผิดหลายมาตรา ทั้งการฉ้อโกง การเรียกรับผลประโยชน์ และการฟอกเงิน หากมีการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่น ๆ อาจมีการขยายผลไปสู่คดีอาญาที่ร้ายแรงขึ้น นอกจากนี้ การปฏิบัติตามกระบวนการทางวินัยกับข้าราชการท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเป็นอีกทางหนึ่งที่ต้องดำเนินการคู่ขนานกับการดำเนินคดีอาญา
คำแนะนำต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ
จากการที่เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้เสียหายว่ามีโอกาสได้รับเงินคืน ผู้ที่เคยจ่ายเงินและยังไม่ได้แจ้งความถูกแนะนำให้รวบรวมหลักฐานการโอน ภาพข้อความแชต และหลักฐานอื่น ๆ แล้วเดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือเข้าพบ DSI เพื่อให้ข้อมูลประกอบการสืบสวน
คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะตามกระบวนการดำเนินคดีและการสืบสวน