เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ข้อมูลความคืบหน้าการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับ ส.ส. ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกเชิญให้ให้ปากคำเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และกรณีการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีให้กับชาวต่างชาติ
กำหนดเรียกครั้งสุดท้ายและผลของการไม่เข้าพบ
รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะออกหมายเรียกอีกครั้งวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569 และระบุว่าเป็นความประสงค์ของ ส.ส. รายดังกล่าวด้วย คาดว่าผู้ถูกเรียกตัวจะเดินทางมาตามหมาย แต่หากไม่มา ดีเอสไอจะดำเนินการตามระเบียบ โดยการเรียกในวันที่ 28 กันยายนถือเป็นการออกเอกสารเรียกครั้งที่สาม หลังจากครั้งแรกไม่ถึงผู้รับ
เมื่อถามถึงขั้นตอนต่อหากไม่เข้าพบ รมว. อธิบายว่าตามกฎของดีเอสไอ ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจทุ่งสองห้อง ตามพระราชบัญญัติกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24 และหากไม่มาตามหมายจะมีบทลงโทษตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการดำเนินการต่อไปขึ้นกับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน
“ครับผม”
ผลกระทบต่อกระบวนการสืบสวนและคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง
รมว.ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่ส่วนราชการกำลังสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการ โดยระบุถึงคดีการลงทุนฟอร์เร็กซ์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมส่งสำนวนฟ้องต่ออัยการพิเศษภายในสัปดาห์นั้น เนื่องจากสำนวนสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว
ในส่วนของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องซึ่งเป็นประเด็นสนใจของประชาชน รมว. ระบุว่าจะต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนยืนยันรายชื่อ แต่ยอมรับว่าการส่งสำนวนไปยังอัยการในสัปดาห์ดังกล่าวน่าจะเป็นไปตามกำหนด
ตารางสรุปเหตุการณ์สำคัญ
| เหตุการณ์ | วันที่/ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล | 21 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| กำหนดออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย | 28 กันยายน พ.ศ. 2569 (ครั้งที่ 3) |
| การแจ้งความตาม พ.ร.บ. ดีเอสไอ มาตรา 24 | สถานีตำรวจทุ่งสองห้อง |
ความหมายต่อภูเก็ตและสังคมท้องถิ่น
การที่ ส.ส. จากภูเก็ตถูกเรียกเข้าชี้แจงประเด็นการถือครองทรัพย์สินและการเป็นนอมินี เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนในจังหวัด เพราะอาจมีผลต่อความน่าเชื่อถือของตัวแทนทางการเมืองในพื้นที่ ทั้งในแง่การทำงานบูรณาการด้านนโยบายและการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต
- หากผู้ถูกเรียกเข้าพบและชี้แจงได้ จะช่วยคลี่คลายข้อกังวลต่อภาพลักษณ์และความชัดเจนทางกฎหมาย
- หากไม่เข้าพบและมีการดำเนินการตามมาตรา 24 อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเมืองท้องถิ่น
- การสรุปส่งฟ้องคดีฟอร์เร็กซ์ต่ออัยการ อาจนำไปสู่การสอบสวนขยายผลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ประชาชนและผู้สนใจจะติดตามว่าการเรียกครั้งสุดท้ายในปลายเดือนจะนำไปสู่การเปิดเผยเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมจาก ส.ส. ผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ และการตัดสินใจของพนักงานสอบสวนจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้กระบวนการจะต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายเพื่อความยุติธรรมและความโปร่งใสต่อสังคม
รายงานจากทำเนียบรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยประชาชนในภูเก็ตควรติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและผลกระทบต่อพื้นที่อย่างตั้งใจ