โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมบริเวณแม่น้ำท่าจีน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ หลังการก่อสร้างระยะแรกซึ่งมีความยาวรวม 950 เมตร ไม่เป็นไปตามแบบแผนที่วางไว้ จนเกิดแนวเขื่อนได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นที่เรียกว่า "เขื่อนฟันหลอ" ซึ่งชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมองว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อน้ำหลากในฤดูฝน
หน่วยงานหลายฝ่ายลงตรวจสอบ
กรณีดังกล่าวถูกติดตามจากหน่วยงานตรวจสอบต่าง ๆ ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด (ป.ป.ช. จังหวัดนครปฐม) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัด (สตง. จังหวัดนครปฐม) หน่วยงานปกครองท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมถึงกลุ่มสื่อที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยคำถามสำคัญคือการใช้งบประมาณของโครงการที่มีมูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท ว่าคุ้มค่าและดำเนินการตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ข้อชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คอลัมน์หมายเลข 7 รายงานว่า นายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า ให้ข้อมูลยืนยันว่า กรมเจ้าท่าไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดโครงการนี้โดยตรง และไม่ได้มีหน้าที่บังคับให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบการก่อสร้าง แต่ยอมรับว่าการอนุญาตให้กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน
"ไม่คัดค้านการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมหากหน่วยงานรัฐมีมาตรการไม่ผลักภาระให้เอกชนและประชาชนซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างเอง"
คำชี้แจงข้างต้นสะท้อนมุมมองจากตัวแทนชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีบ้านอาม่าและโรงเจซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ตัวแทนกลุ่มเหล่านี้ได้ขอชี้แจงข้อมูลอีกด้านและชี้ว่าไม่ได้คัดค้านการก่อสร้าง หากมีการรับประกันว่าจะไม่ถูกทิ้งให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหายจากการตอกเสาเข็มหรือการก่อสร้าง
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในชุมชน
การแก้ไขสัญญาและการปรับแบบการก่อสร้างที่มีการเว้นแนวเขื่อนไว้ ทำให้ปัญหาไม่เพียงเป็นเรื่องวิศวกรรม แต่ลามไปถึงความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน ผู้ที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบระบุว่าการตัดสินใจเช่นนี้อาจทำให้เกิดความแตกแยก หากเกิดน้ำท่วมจริงและชุมชนต้องเผชิญความเสียหาย
หนทางแก้ไขและข้อเรียกร้อง
แหล่งข่าวจากการตรวจสอบระบุว่า หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรเปิดการเจรจาร่วมกันระหว่างผู้ได้รับผลกระทบ เอกชนผู้รับจ้างก่อสร้าง และหน่วยงานเจ้าของโครงการ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ด้านการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. จังหวัดนครปฐม ได้รับฟังข้อมูลจากทายาทบ้านอาม่าและตัวแทนโรงเจเพื่อนำเสนอไปยังคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป
- หน่วยงานที่ตรวจสอบ: ป.ป.ช., สตง., หน่วยงานปกครองท้องถิ่น
- ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: บ้านอาม่า, โรงเจ, ชาวบ้านภายในชุมชน
- งบประมาณโดยรวมของโครงการ: ประมาณ 300 ล้านบาท
ข้อมูลเชิงสรุป
| ประเด็น | สถานะ/รายละเอียด |
|---|---|
| ความยาวเขื่อนระยะแรก | 950 เมตร |
| ปัญหาหลัก | การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนและการแก้สัญญา ทำให้เกิดแนวเขื่อนเว้นช่องหรือ "ฟันหลอ" |
| หน่วยงานที่ตรวจสอบ | ป.ป.ช. จังหวัดนครปฐม, สตง. จังหวัดนครปฐม, หน่วยงานปกครองท้องถิ่น |
จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ประเด็นนี้ยังคงต้องการการตรวจสอบที่รัดกุมและการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การลงทุนสาธารณะคุ้มค่าและไม่ทิ้งความเสี่ยงไว้กับชุมชน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือหาทางหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และทำให้ชุมชนได้รับการคุ้มครองทั้งทางกายภาพและสิทธิ์ทางกฎหมายอย่างเหมาะสม