เช้าวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เครือข่ายภาคประชาสังคมในจังหวัดนครนายกร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้บริเวณริมบึงท่าราบ ตำบลศรีษะกระบือ อำเภอองครักษ์ โดยมีทั้ง สมาคมพลเมืองนครนายก, เครือข่ายพลเมืองนครนายก, เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคม, มูลนิธินักอ่านบ้านนา, กลุ่มผีเสื้อกระพือปีก, ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลศรีษะกระบือ, อาสากู้ภัย, กลุ่มจิตอาสา และเยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่
ปริมาณต้นไม้และชนิดที่ปลูก
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายของพันธุ์พืชในพื้นที่บึงสาธารณะ โดยกลุ่มผู้จัดได้ปลูกตาลโตนดจำนวน 400 เมล็ด พร้อมด้วยไม้ผลและไม้ยืนต้นรวมกว่า 500 ต้น ซึ่งประกอบด้วยชนิดที่ชุมชนคุ้นเคย เช่น มะพร้าว, มะม่วง, ขนุน, ตะขบ รวมถึงไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น อินทนิล และมะฮอกกานี
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ตาลโตนด (เมล็ด) | 400 |
| ไม้ผลและไม้ยืนต้น (รวม) | กว่า 500 |
ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนการประสานงานของหลายภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชนอย่างกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านหมู่ที่ 12 ต.ศรีษะกระบือ ผู้บริหารท้องถิ่น อาสาสมัครกู้ภัย และกลุ่มเยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่ นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว ผู้ร่วมกิจกรรมยังนั่งร่วมกันเพื่อรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการทำกิจกรรมร่วมกันในอนาคต ซึ่งแสดงถึงการวางแผนเพื่อการติดตามดูแลต้นไม้ระยะยาว
เหตุผลและเป้าหมายของการปลูก
การปลูกต้นตาลโตนดและไม้ยืนต้นมีทั้งเป้าหมายเชิงสิ่งแวดล้อมและเชิงวัฒนธรรม กล่าวคือ เป็นการเพิ่มความร่มรื่น ฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณบึงสาธารณะ และรักษาพันธุ์พืชที่มีคุณค่าต่อท้องถิ่น โดยหนึ่งในผู้ริเริ่มกิจกรรมซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของมูลนิธินักอ่านบ้านนา ได้กล่าวถึงความมุ่งหมายในการฟื้นฟูการปลูกตาลในท้องถิ่น
"รู้สึกดีใจที่มีคนให้ความสนใจการปลูกตาลและต้นไม้... การปลูกตาลและต้นไม้อื่นในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนความร่มรื่นและความสวยงามให้กับพื้นที่ริมบึงท่าราบ แต่ยังช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียวทางธรรมชาติส่งต่อให้ลูกหลาน"
เสียงสะท้อนจากผู้ร่วมกิจกรรม
นอกจากผู้จัดแล้ว ยังมีผู้ร่วมกิจกรรมจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมด้วยความสมัครใจ หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นตัวแทนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิตเผยว่าทราบข่าวจากรายการวิทยุและเดินทางจากกรุงเทพฯ มาร่วมปลูกด้วยตนเอง ทั้งนี้ผู้แทนชาวบ้านหมู่ที่ 12 ได้แสดงความขอบคุณต่อเครือข่ายที่ผลักดันโครงการและให้การสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะของชุมชน
ความสำคัญเชิงนโยบายท้องถิ่น
การร่วมกันปลูกต้นไม้ในบึงสาธารณะเช่นนี้มีความสอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการจัดการทรัพยากรน้ำของท้องถิ่น การมีเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีบทบาทสำคัญจะช่วยเสริมความยั่งยืนในการดูแลรักษาและป้องกันการบุกรุกหรือการใช้พื้นที่อย่างไม่เหมาะสมในอนาคต
สิ่งที่คาดหวังและแนวทางการดูแล
ผู้จัดกิจกรรมและชุมชนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การปลูกเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ต้นไม้เติบโตและคงอยู่ได้ ดังนั้นจึงมีข้อเสนอในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของชุมชน อาสาสมัคร และหน่วยงานท้องถิ่นในการรดน้ำ ตัดแต่ง และป้องกันสัตว์หรือปัจจัยที่อาจทำให้ต้นไม้ตาย รวมทั้งการจัดกิจกรรมติดตามผลเป็นระยะ ๆ
- การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืน
- ต้องมีแผนการดูแลหลังปลูก เช่น การรดน้ำและป้องกันสัตว์รบกวน
- การสื่อสารและประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นจะช่วยจัดสรรทรัพยากรและติดตามผลได้ดีขึ้น
กิจกรรมปลูกต้นไม้ริมบึงท่าราบในครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการรวมพลังจากหลายภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและสร้างต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับชุมชน หากมีการบูรณาการร่วมกับนโยบายท้องถิ่นและการติดตามผลอย่างเป็นระบบ พื้นที่ริมน้ำเหล่านี้จะกลับมามีความอุดมสมบูรณ์และเป็นพื้นที่สาธารณะที่ชุมชนใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป