ที่ลานปู่ศรีสุพรรณ ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหมูโตน ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2569 ชาวบ้านหมู่บ้านนาสีนวลได้รวมตัวแสดงจุดยืนและรวบรวมรายชื่อ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบและพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน หลังเกิดความขัดแย้งกรณีการสร้างรูปปั้น ปู่ศรีสุพรรณนาคราช ภายในพื้นที่อ่างเก็บน้ำซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานชลประทาน
ความขัดแย้งที่ผสมทั้งศรัทธาและผลประโยชน์
ชาวบ้านส่วนหนึ่งระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดรวมใจของประชาชนในพื้นที่และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาสักการะปู่ศรีสุพรรณนาคราชอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบพื้นที่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่นำดอกไม้ ธูปเทียน อาหารและสินค้าพื้นถิ่นมาจำหน่าย ทำให้เกิดรายได้เสริมแก่ครัวเรือนในชุมชน
นางอรสา คำโสมศรี ตัวแทนชาวบ้านนาสีนวล กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของชาวบ้านมีสาเหตุจากความไม่พอใจที่มีการนำเสนอและดำเนินการเพื่อตั้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ที่เข้ามาสร้างรูปปั้น จนทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันในชุมชน ทั้งที่หลายคนมองว่าโครงการนี้สร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น
"ส่วนหนึ่งมาจากคนที่เดินทางมากราบไหว้และสักการะปู่ศรีสุพรรณนาคราช หากสถานที่แห่งนี้ถูกทำให้เกิดความขัดแย้งหรือมีการปิดกั้น ชาวบ้านที่ค้าขายก็อาจได้รับผลกระทบ" — นางอรสา คำโสมศรี
ผู้ใหญ่บ้านชี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ด้าน นายไพรัช ยางทองไชย ผู้ใหญ่บ้านนาสีนวล ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเรียกร้องและตรวจสอบข้อเท็จจริง ตนพร้อมจะชี้แจงข้อกล่าวหาและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของการก่อสร้างรูปปั้นและการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำอย่างรอบด้าน เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ไม่กระทบต่อความศรัทธาและประโยชน์ของชุมชน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและความสมานฉันท์
กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างความเชื่อทางศาสนา/ความศรัทธาท้องถิ่นกับหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ เช่น พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งควบคุมโดยหน่วยงานรัฐ การเกิดข้อขัดแย้งอาจกระทบต่อรายได้ของผู้ค้ารายย่อยและสร้างความแตกแยกในชุมชนหากไม่จัดการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนกังวลว่าหากมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือมีการรื้อถอน จะส่งผลให้ผู้มาสักการะลดลง และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณลานปู่ศรีสุพรรณหดตัวลง
ช่องทางการถอดถอนผู้ใหญ่บ้านและขั้นตอนตามกฎหมาย
ผู้ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายขั้นตอนและเหตุผลที่พึงพิจารณาเมื่อต้องการถอดถอนผู้ใหญ่บ้าน โดยในกฎหมายกำหนดเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งไว้หลายประการ ซึ่งรวมถึงการที่ราษฎรเข้าชื่อร้องขอถอดถอน
| สาเหตุ | ข้อสังเกต |
|---|---|
| พ้นตามเหตุ เช่น อายุครบ 60 ปี | เป็นไปตามกฎหมายกำหนด |
| ขาดคุณสมบัติ/มีลักษณะต้องห้าม | ตามที่บัญญัติในมาตรา 12 |
| ราษฎรเข้าชื่อถอดถอน | ผู้ยื่นต้องมีรายชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของประชากรในหมู่บ้าน |
ตัวอย่างเช่น หากหมู่บ้านมีประชากร 480 คน การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนต้องมีผู้ลงชื่อไม่น้อยกว่า 230 คนตามที่ชาวบ้านได้ชี้แจงในที่ชุมนุม
ความจำเป็นของการไกล่เกลี่ยและการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน
เหตุการณ์ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ต้องเข้าไปประสาน ไกล่เกลี่ย และอธิบายข้อกฎหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายรับฟังและหาทางออกร่วมกัน ทั้งเรื่องการใช้ประโยชน์พื้นที่ ความปลอดภัยต่อโครงสร้างอ่าง และสิทธิของชุมชนที่จะประกอบอาชีพจากการต้อนรับผู้มาเยือน
- สิ่งที่ชาวบ้านต้องการ: การรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานอย่างเป็นธรรม
- สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเน้น: ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงสถานะการก่อสร้าง
- สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและผลกระทบต่อโครงสร้างอ่างเก็บน้ำ
ในระหว่างการตรวจสอบชาวบ้านยังคงจับตามองความเคลื่อนไหว หากการตรวจสอบชัดแจ้งก็อาจคลี่คลายความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีการสื่อสารและมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายต่อไป ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอาจขยายตัวมากขึ้นตามมา
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบและการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป