เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบเครือข่ายนอมินีที่ดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนที่มุ่งตรวจสอบการถือครองและการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจผิดกฎหมาย และมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมายโดยส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าในประเทศ
การสืบสวนร่วมและผลการปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครองจังหวัด, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และกรมสรรพากร เพื่อวิเคราะห์ฐานข้อมูลของนิติบุคคลที่จดทะเบียนในอำเภอเกาะสมุย พบว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนรวมประมาณ 12,906 บริษัท โดยมีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวน 8,254 บริษัท และที่เข้าข่ายเป็นนอมินีราว 875 บริษัท
จากการคัดกรองเชิงลึก เจ้าหน้าที่ระบุเป้าหมายเป็นกลุ่มนิติบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทปลอมแปลง จนนำไปสู่การดำเนินคดีจำนวน 60 คดี กับผู้ต้องหาในคดีรวม 88 คน โดยแยกเป็นคนไทย 26 คน และบุคคลต่างด้าว 62 คน
การยึดทรัพย์สินและมูลค่าที่ดิน
การตรวจค้นในพื้นที่ครอบคลุมการยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 33 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา โดยประเมินมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ผู้ต้องสงสัยนำมาใช้ในการทำธุรกิจหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาและให้เช่าวิลล่าสำหรับนักท่องเที่ยว
การจับกุมและหมายจับ
พนักงานสอบสวนยื่นขอหมายค้นต่อศาลจำนวน 37 หมาย และออกหมายจับบุคคลต่างด้าวรวม 62 หมาย โดยผู้ต้องหามีหลายสัญชาติ ทั้งสัญชาติอิสราเอล รัสเซีย ฝรั่งเศส ยูเครน เยอรมนี และชาติอื่น ๆ
ในวันปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายได้ 27 คน แยกเป็นผู้ต้องหาสัญชาติต่าง ๆ ดังนี้ รัสเซีย 12 คน, ฝรั่งเศส 4 คน, อิสราเอลและยูเครนสัญชาติละ 2 คน และบุคคลสัญชาติอื่น ๆ อีกหลายประเทศรวมกันเป็นจำนวนที่เหลือ
| สัญชาติ | จำนวนผู้ต้องหา (ตามหมายจับ) |
|---|---|
| อิสราเอล | 20 |
| รัสเซีย | 17 |
| ฝรั่งเศส | 12 |
| ยูเครน / เยอรมนี | 2 (แต่ละสัญชาติ) |
| สัญชาติอื่น ๆ (รวม) | 9 |
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว
เกาะสมุยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี การปรากฏของเครือข่ายนอมินีที่มีการถือครองอสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจนอกกรอบกฎหมายย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการท้องถิ่น นอกจากนี้ยังอาจบิดเบือนการแข่งขันทางการค้า และทำให้ระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศสูญเสียรายได้
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำว่าการดำเนินคดีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และย้ำการตรวจสอบผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง
มาตรการและการติดตามผล
การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการสืบสวนแบบต่อเนื่องภายใต้กรอบการทำงานที่เรียกว่า "เกาะพะงันโมเดล" ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายมาทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายในพื้นที่เกาะท่องเที่ยว
- การประสานข้อมูลจากหน่วยงานราชการหลายหน่วยเป็นกุญแจสำคัญในการระบุเครือข่าย
- การยึดทรัพย์สินมูลค่าสูงสะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับคดี
- ผลการปฏิบัติการจะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนระยะยาว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่หลบหนี รวมทั้งดำเนินการทางกฎหมายเพื่ออายัดและตรวจสอบแหล่งที่มาของทรัพย์สินต่อไป
ทวีศักดิ์ ชูสกุล, ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS