เมื่อวันที่ 11–12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้จับกุมผู้บุกรุกภายในเขตป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติ เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) หลังจากเข้าตรวจพื้นที่เพื่อติดตามแปลงที่เคยตรวจยึดไว้ก่อนหน้า พบเพิงพักภายในบริเวณป่าตะบองยักษ์ ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และควบคุมตัวชายคนหนึ่งไว้ได้
การตรวจค้นและสิ่งของที่พบในที่เกิดเหตุ
การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพิงพักภายในพื้นที่มีผู้อยู่อาศัย 1 คน ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าเป็นชาวบ้านจากตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามาดูแลต้นยางและเก็บกรีดยางพารา แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานสิทธิเกี่ยวกับที่ดินได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ที่ถูกติดลำกล้องและบรรจุกระสุนไว้จำนวนหนึ่งอยู่ในเปลภายในเพิงพัก
- แปลงบุกรุกเดิมเคยถูกตรวจยึดและมีคดีความต่อเนื่อง
- ต้นยางพาราอายุประมาณ 11 ปี จำนวนประมาณ 500 ต้น
- ต้นกาแฟอายุประมาณ 8 ปี จำนวนประมาณ 160 ต้น
- อาวุธปืนเป็นปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ พบกระสุนในรังเพลิง 1 นัด
“อาวุธปืนดังกล่าวเป็นของตน ไว้ป้องกันตัวขณะเข้ามากรีดยางพารา”
คำยืนยันข้างต้นมาจากผู้ต้องหาเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกคำให้การและเชิญตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การดำเนินคดีและข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง
ผู้ควบคุมพื้นที่และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้และกฎหมายป่าสงวน โดยพื้นที่แห่งนี้เคยถูกดำเนินคดีและตรวจยึดไว้ก่อนหน้านี้ คดีอาญาและบันทึกการตรวจยึดมีการลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน เพื่อดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| พื้นที่บุกรุกที่ตรวจพบ | ประมาณ 7 ไร่ 1 งาน 52 ตาราวา |
| วันที่ลงบันทึกคดีเดิม | 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 (บันทึก ปจว. ข้อ 6) |
| วันที่จับกุมและส่งสำนวน | 11–12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (บันทึก ปจว. ข้อ 10) |
| หน่วยงานที่รับผิดชอบ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร (ตอนบน) และ สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน |
ผลกระทบและประเด็นที่ต้องติดตาม
การบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์และการนำปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น อาวุธปืน เข้าสู่พื้นที่ป่า ไม่เพียงเป็นการทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรป่าเท่านั้น แต่ยังสร้างภาวะความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ที่ควรได้รับการคุ้มครอง การฟื้นฟูสภาพป่าหลังการแผ้วถางหรือยึดถือครอบครองจำเป็นต้องอาศัยงบประมาณและการวางแผนระยะยาว รวมถึงการติดตามผู้กระทำผิดเพื่อไม่ให้กลับมาบุกรุกซ้ำ
ในมิติทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะบังคับใช้บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและศาลในการพิจารณาสืบสวนสอบสวนและลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม
ข้อสังเกตเชิงบริบท
ปัญหาการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นเรื่องที่พบได้ในหลายจังหวัดชายฝั่งตอนบนของภาคใต้ เป็นผลจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ การขาดเอกสารสิทธิที่ชัดเจน และช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย การเฝ้าระวังและการจัดการเชิงพื้นที่รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกซ้ำซ้อน
คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำผิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งสำนวนให้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป