อาชญากรรม บางสะพาน ชุมพร (64)

จับผู้บุกรุกปลูกยาง–กาแฟในป่าอนุรักษ์ พบเพิงพักพร้อมอาวุธปืน ส่งสำนวนตำรวจดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตรวจยึดแปลงบุกรุกในเขตป่าตะบองยักษ์ อำเภอบางสะพาน พบต้นยางพาราและต้นกาแฟหลายร้อยต้น พร้อมเพิงพักและอาวุธปืนผู้ต้องหาอ้างว่าใช้ป้องกันตัว ก่อนถูกนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายป่าไม้และป่าสงวน

จับผู้บุกรุกปลูกยาง–กาแฟในป่าอนุรักษ์ พบเพิงพักพร้อมอาวุธปืน ส่งสำนวนตำรวจดำเนินคดี
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 11–12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้จับกุมผู้บุกรุกภายในเขตป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติ เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) หลังจากเข้าตรวจพื้นที่เพื่อติดตามแปลงที่เคยตรวจยึดไว้ก่อนหน้า พบเพิงพักภายในบริเวณป่าตะบองยักษ์ ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และควบคุมตัวชายคนหนึ่งไว้ได้

การตรวจค้นและสิ่งของที่พบในที่เกิดเหตุ

การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพิงพักภายในพื้นที่มีผู้อยู่อาศัย 1 คน ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าเป็นชาวบ้านจากตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามาดูแลต้นยางและเก็บกรีดยางพารา แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานสิทธิเกี่ยวกับที่ดินได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ที่ถูกติดลำกล้องและบรรจุกระสุนไว้จำนวนหนึ่งอยู่ในเปลภายในเพิงพัก

  • แปลงบุกรุกเดิมเคยถูกตรวจยึดและมีคดีความต่อเนื่อง
  • ต้นยางพาราอายุประมาณ 11 ปี จำนวนประมาณ 500 ต้น
  • ต้นกาแฟอายุประมาณ 8 ปี จำนวนประมาณ 160 ต้น
  • อาวุธปืนเป็นปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ พบกระสุนในรังเพลิง 1 นัด
“อาวุธปืนดังกล่าวเป็นของตน ไว้ป้องกันตัวขณะเข้ามากรีดยางพารา”

คำยืนยันข้างต้นมาจากผู้ต้องหาเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกคำให้การและเชิญตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินคดีและข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง

ผู้ควบคุมพื้นที่และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้และกฎหมายป่าสงวน โดยพื้นที่แห่งนี้เคยถูกดำเนินคดีและตรวจยึดไว้ก่อนหน้านี้ คดีอาญาและบันทึกการตรวจยึดมีการลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน เพื่อดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย

รายการ ข้อมูล
พื้นที่บุกรุกที่ตรวจพบ ประมาณ 7 ไร่ 1 งาน 52 ตาราวา
วันที่ลงบันทึกคดีเดิม 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 (บันทึก ปจว. ข้อ 6)
วันที่จับกุมและส่งสำนวน 11–12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (บันทึก ปจว. ข้อ 10)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร (ตอนบน) และ สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน

ผลกระทบและประเด็นที่ต้องติดตาม

การบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์และการนำปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น อาวุธปืน เข้าสู่พื้นที่ป่า ไม่เพียงเป็นการทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรป่าเท่านั้น แต่ยังสร้างภาวะความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ที่ควรได้รับการคุ้มครอง การฟื้นฟูสภาพป่าหลังการแผ้วถางหรือยึดถือครอบครองจำเป็นต้องอาศัยงบประมาณและการวางแผนระยะยาว รวมถึงการติดตามผู้กระทำผิดเพื่อไม่ให้กลับมาบุกรุกซ้ำ

ในมิติทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะบังคับใช้บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและศาลในการพิจารณาสืบสวนสอบสวนและลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ข้อสังเกตเชิงบริบท

ปัญหาการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นเรื่องที่พบได้ในหลายจังหวัดชายฝั่งตอนบนของภาคใต้ เป็นผลจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ การขาดเอกสารสิทธิที่ชัดเจน และช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย การเฝ้าระวังและการจัดการเชิงพื้นที่รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกซ้ำซ้อน

คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำผิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งสำนวนให้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

64ชุมพร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชุมพร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว