ปฏิบัติการร่วมหน่วยงานหลายฝ่ายตรวจสอบเครือข่ายนอมินี
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานเปิดปฏิบัติการตรวจสอบเครือข่ายนอมินีชาวต่างชาติในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีการสนธิกำลังจากกระทรวงมหาดไทย ตำรวจกองบัญชาการ ภูธรภาค 8 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน กรมสรรพากร รวมทั้งฝ่ายปกครองจังหวัด เพื่อสืบสวนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่อาจผิดกฎหมายและการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีในการถือครองทรัพย์สิน
การตรวจสอบเกิดขึ้นภายใต้แนวทางการสืบสวนเชิงลึกตามที่กำหนดไว้ ผลการคัดกรองฐานข้อมูลบริษัทในพื้นที่ชี้ว่า ในอำเภอเกาะสมุยมีนิติบุคคลจดทะเบียนทั้งสิ้น 12,906 บริษัท โดยมีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าว 8,254 แห่ง และมีนิติบุคคลที่มีลักษณะเข้าเกณฑ์เป็นนอมินีจำนวน 875 แห่ง
| ตัวเลขสำคัญ | จำนวน |
|---|---|
| นิติบุคคลจดทะเบียนใน อ.เกาะสมุย | 12,906 บริษัท |
| บริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว | 8,254 บริษัท |
| นิติบุคคลเข้าข่ายนอมินี | 875 บริษัท |
| บริษัทเป้าหมายที่เปิดเผยในปฏิบัติการ | 60 บริษัท |
| มูลค่าที่ดิน/สิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้อง | กว่า 1,500 ล้านบาท |
| หมายจับที่ออก | 62 ราย (จับกุมแล้ว 14 ราย) |
เป้าหมายครอบคลุมหลายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ บริษัทที่ถูกระบุว่าเข้าข่ายมีการใช้โครงสร้างนอมินีครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้งโรงเรียนนานาชาติ อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และพูลวิลล่า ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับภาคการท่องเที่ยวของเกาะสมุย ข้อมูลชุดนี้สะท้อนความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางการค้าและการถือครองที่ดินโดยผู้ที่ไม่ได้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย
- การดำเนินคดีมุ่งตรวจสอบการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อนำทรัพย์สินมาอยู่ในความครอบครองของต่างชาติ
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันทั้งด้านข้อมูลทะเบียนธุรกิจ ที่ดิน และภาษี
- การบูรณาการมีเป้าหมายปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันของประชาชนท้องถิ่น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและมาตรการต่อไป
การตรวจสอบเครือข่ายนอมินีในพื้นที่ที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสูงอย่างเกาะสมุย มีผลกระทบเชิงนโยบายต่อการบริหารจัดการที่ดินและการลงทุนต่างชาติ หากผลสืบสวนชี้ชัดว่ามีการละเมิดกฎหมาย จะนำไปสู่การดำเนินคดี ฟื้นคืนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน และการทบทวนการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลการแข่งขันในภาคธุรกิจท้องถิ่น
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับความโปร่งใสทางธุรกิจและการคุ้มครองทรัพยากรของชาติ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนควรตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นและเอกสารสิทธิให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การสืบสวนจะขยายผลต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การปฏิบัติการเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายตรวจสอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และจะมีการขยายผลตรวจสอบต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมผู้ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานข้อมูลเพื่อดำเนินการทางกฎหมายและการบริหารจัดการที่ดินให้เหมาะสม
หมายเหตุ ข้อมูลในรายงานนี้อ้างอิงจากการแถลงของเจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติการและการคัดกรองฐานข้อมูลที่เปิดเผย ณ วันดังกล่าว