เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่จังหวัดยะลา ได้มีการปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนภายใต้แนวคิดส่งเสริมสันติภาพและความสมานฉันท์ที่จัดขึ้นโดยสภาเด็กและเยาวชนอำเภอรามัน ร่วมกับสมาคมส่งเสริมนักคิด พัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพสลาตันและคณะกรรมการสมาคม โครงการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อยกระดับความรู้และทักษะของเด็กและเยาวชนให้สามารถมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนอย่างสันติ
เป้าหมายของโครงการและบริบทท้องถิ่น
ผู้จัดโครงการระบุวัตถุประสงค์หลักไว้เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ ปลูกฝังจิตอาสา เพิ่มพูนคุณธรรมความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างความเข้าใจเรื่องการอยู่ร่วมกันภายใต้บริบทพหุวัฒนธรรม โดยนำหลักการ ฮูกุมปากัต 9 ดี มาเป็นกรอบแนวคิดในการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ
กิจกรรมและรูปแบบการอบรม
การอบรมจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ณ ห้องประชุม The View Park Café & Poolvilla ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีการบรรยายให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เนื้อหาครอบคลุมทั้งด้านศาสนา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม แนวคิดทางจริยธรรม และแนวทางการปฏิบัติที่ส่งเสริมความสมานฉันท์ในชุมชน
- เสริมความรู้เกี่ยวกับหลักฮูกุมปากัต เพื่อให้เยาวชนสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
- สร้างทัศนคติที่เคารพความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ผู้บรรยายและหัวข้อสำคัญ
โครงการได้รับความร่วมมือจากวิทยากรที่มีบทบาทในพื้นที่และวงวิชาการ ได้แก่ ผู้นำด้านศาสนา นักวิชาการ และผู้แทนองค์กรพัฒนา โดยสรุปหัวข้อสำคัญที่นำเสนอมีดังนี้
| ผู้บรรยาย | หัวข้อ |
|---|---|
| นายรอมลี เจ๊ะและ | นำเสนอหลักการฮูกุมปากัตและแนวทางการปรับใช้ |
| ผศ.คมวิทย์ เสนีย์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา) | อภิปรายเรื่องความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม |
| เจ้าอาวาสวัดสารพฤกษาวาส (โรงเรียนบ้านไม้แก่น) | เชื่อมโยงธรรมะกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ |
ความคาดหวังต่อเยาวชนและชุมชน
ผู้จัดงานเน้นว่าการอบรมไม่ใช่จบเพียงกิจกรรมเชิงวิชาการ แต่ต้องการเห็นการขยายผลในระดับชุมชน โดยคาดหวังว่าเยาวชนที่ผ่านการฝึกจะกลับไปเป็นแกนนำขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณะและส่งเสริมบรรยากาศแห่งความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ภายในพื้นที่
ในมุมมองของผู้จัด การสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีค่านิยมร่วมกันจะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชนและลดช่องว่างด้านความเข้าใจระหว่างคนต่างศาสนาและวัฒนธรรม โดยหลักฮูกุมปากัต 9 ดีถูกมองเป็นแนวทางที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งในระดับปัจเจกและระบบชุมชน
นัยเชิงสังคมและความยั่งยืน
พื้นที่ชายแดนและพื้นที่พหุวัฒนธรรมเช่นจังหวัดยะลามีความจำเป็นต้องส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความไว้วางใจระหว่างกลุ่ม กระบวนการอบรมเยาวชนครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญต่อการสร้างทุนทางสังคม (social capital) ในระยะยาว หากเยาวชนสามารถนำแนวคิดไปขยายผลได้จริง จะช่วยลดทอนความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและส่งเสริมสันติภาพภายในระดับท้องถิ่น
ผู้เกี่ยวข้องตั้งเป้าจะติดตามการดำเนินงานของเครือข่ายเยาวชนและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงในชุมชนต่อไป เพื่อให้สามารถวางแผนกิจกรรมเสริมที่ตรงความต้องการและเพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนได้ต่อเนื่อง
โครงการครั้งนี้สะท้อนความพยายามขององค์กรท้องถิ่นในการสร้างเครื่องมือทางความคิดและพฤติกรรมที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในบริบทที่หลากหลาย ทั้งยังชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของเยาวชนในการเป็นตัวเชื่อมระหว่างความต่างและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน