ฉะเชิงเทรา — เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 นายสันต์ ศรีเจริญ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเสม็ดใต้ และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณที่ถูกใช้เป็นสุสานของชุมชนยิวในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อชี้แนวเขตที่ดินเดิมที่ตนเคยครอบครองและสังเกตสภาพพื้นที่ด้วยตนเองเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 7–8 ปี
ความเคลื่อนไหวหลังเป็นข่าวและกระแสตอบรับในพื้นที่
นายสันต์ระบุว่า ตนไม่ได้นั่งเฉยเมื่อเห็นภาพและบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีสุสานยิวถูกเผยแพร่ออกไปและกลายเป็นประเด็นในสื่อหลายสำนัก จึงชักชวนสื่อมวลชนมาดูแนวเขตและสภาพพื้นที่ด้วยตนเอง เขาบอกว่าแม้จะเคยขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคยลงไปสำรวจอย่างจริงจังนานหลายปี
“ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายที่ดินให้ชาวยิว”
คำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมาของนายสันต์ถูกนำไปเผยแพร่ซ้ำจนกลายเป็นเรื่องที่คนในพื้นที่นิยมพูดถึง เจ้าตัวเล่าว่าขณะออกไปซื้อของหรือเดินตลาด มีประชาชนมาทักทายและสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาดูพื้นที่ด้วยตาตนเอง
สภาพพื้นที่ แนวเขต และจุดที่น่าสังเกต
เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าสุสาน นายสันต์พยายามมองเข้าไปภายในผ่านช่องว่างของประตูที่ถูกคล้องกุญแจและพาเจ้าหน้าที่สื่อเดินสำรวจแนวเขตที่ดินเดิม โดยอธิบายรูปทรงและขนาดของแปลงที่ดินตามความทรงจำ เขาระบุว่าพื้นที่เดิมเป็นที่นาและรวมกันเป็นแปลงเดียว ก่อนเจ้าของที่ดินชุดก่อนหน้านี้จะปล่อยให้เช่าทำนาและมีการซื้อขายเปลี่ยนมือในเวลาต่อมา
สิ่งที่นายสันต์สังเกตเห็นและตั้งข้อสังเกตคือกำแพงด้านหน้าบริเวณสุสานที่กั้นซ้อนกันถึงสองชั้น ซึ่งเขาเห็นว่าไม่เป็นไปตามวิสัยของพื้นที่เปิดและอาจบ่งชี้ว่ามีความพยายามปิดบังสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากสายตาคนนอก
- อดีตขนาดที่ดินที่นายสันต์อธิบาย: มากกว่า 15 ไร่ แปลงเดียว หน้ากว้างติดถนนกว่า 200 เมตร
- แปลงที่เคยขาย: ประมาณ 15 ไร่ 2 งาน รูปสี่เหลี่ยม มีปลายแหลมเล็กๆ
- สภาพเดิม: เป็นที่นา ถูกนำไปเช่าและเปลี่ยนมือหลายครั้ง
ข้อมูลขนาดที่ดิน (ตามคำบอกเล่า)
| รายการ | พื้นที่ตามที่อ้าง |
|---|---|
| เนื้อที่รวมที่ดินเดิม | กว่า 15 ไร่ |
| แปลงที่อ้างว่าเคยขาย | 15 ไร่ 2 งาน (มีปลายแหลมประมาณ 20 ตารางวา) |
มิติเชิงชุมชนและความกังวล
ประเด็นนี้นอกจากเป็นปัญหาด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว ยังแตะถึงความรู้สึกและความสงสัยของคนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะและการดำเนินการที่ไม่เปิดเผย นายสันต์ซึ่งเป็นอดีตผู้นำชุมชนจึงเลือกใช้การพาสื่อมวลชนมาชี้แนวเขตเพื่อให้ข้อเท็จจริงตามความทรงจำของตนเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบ
เรื่องราวถูกพูดถึงทั้งในพื้นที่ตำบลเสม็ดใต้และตัวเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดความสนใจจากประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่คำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการออกเอกสารสิทธิ การขออนุญาต และการใช้พื้นที่ตามกฎหมาย
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินและการใช้พื้นที่ในชุมชน ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ เจ้าของที่ดินเดิม ผู้ที่อ้างกรรมสิทธิ์ปัจจุบัน หน่วยงานรัฐที่ดูแลการออกเอกสารสิทธิ และชุมชนท้องถิ่น ล้วนมีบทบาทในการให้ความชัดเจนแก่สาธารณะ
ในเวลาต่อไป หากมีการยืนยันข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่มีอำนาจออกมายืนยันข้อเท็จจริง จะเป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายข้อสงสัยของประชาชนและคืนความชัดเจนให้พื้นที่แห่งนี้
ผู้สื่อข่าว WE NEWS จะติดตามความคืบหน้าและรายงานต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการหรือเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง