เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบสุสานที่ระบุชื่อว่า JEWISH CEMETRY THAILAND หลังมีการแจ้งเบาะแสและความกังวลจากประชาชนเรื่องการดำเนินกิจการสุสานที่อาจไม่ได้รับอนุญาตและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง
การตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำ
เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ อบต.เสม็ดใต้ ลงเก็บตัวอย่างน้ำรอบพื้นที่สุสานเพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการที่จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่และระดับความเสี่ยงต่อชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะทราบผลการตรวจภายใน 30 วัน
การรื้อเต็นท์และการพบหลักฐานในพื้นที่
ระหว่างการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ อบต.เสม็ดใต้ร่วมกับผู้รับเหมาดำเนินการรื้อเต็นท์ 2 หลังภายในพื้นที่ พบความแตกต่างของสภาพหลุมฝังศพ โดยการรื้อเต็นท์แรกไม่พบปัญหาเพราะหลุมมีการฝังและโบกปูนเรียบร้อย แต่เมื่อรื้อเต็นท์หลังที่สองออก พบว่าหลุมที่ 4 ยังไม่ได้โบกปูน ส่งกลิ่นและมีของเหลวซึมออกมา ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่
ความกังวลด้านสุขภาพและการจัดการมูลฝอย
เจ้าหน้าที่ระบุความกังวลว่าหากยังคงมีการฝังหรือเก็บรักษาศพโดยไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการรบกวนสิ่งแวดล้อม เช่น กลิ่น ฝุ่น เถ้าจากการเผา หรือการซึมของของเหลวจากหลุมฝังศพเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ เกรงว่าสัตว์ เช่น สุนัข จะมาเกี่ยวยุ่งกับหลุมที่ไม่ได้โบกปูน ทำให้เกิดการแพร่กระจายของสิ่งปนเปื้อน
มาตรการของหน่วยงานท้องถิ่น
อบต.เสม็ดใต้ได้ติดประกาศและคำสั่งหลายฉบับบริเวณประตูทางเข้าสุสาน รวมถึงคำสั่งห้ามใช้อาคารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ครอบคลุมเต็นท์สีน้ำเงิน 2 หลัง โดยกำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการรื้อถอนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และเตือนถึงโทษทั้งจำคุกและปรับไม่เกินวันละ 30,000 บาทหากฝ่าฝืน
- เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจที่จังหวัดชลบุรี ผลคาดว่าจะออกภายใน 30 วัน
- ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 2 จุด เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่
- ออกคำสั่งให้รื้อถอนเต็นท์และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตภายใน 30 วัน
การแจ้งหน่วยงานระดับอำเภอ
เมื่อพบสภาพหลุมฝังศพที่ยังไม่ได้โบกปูน นายอนันต์ ลิ่มสุวรรณ์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.เสม็ดใต้ ได้แจ้งนายก อบต.เสม็ดใต้และนำเรื่องเสนอนายอำเภอบางคล้า เพื่อบังคับใช้พระราชบัญญัติท้องถิ่นและสั่งการให้เร่งดำเนินการนำศพออกจากสุสานในกรณีที่เป็นไปได้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและคำนึงถึงมาตรฐานด้านสาธารณสุข
การติดตามและความโปร่งใส
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังรวบรวมหลักฐาน เช่น เอกสารอนุญาต การจ้างงาน ข้อมูลการจัดการศพและการประกอบกิจการสุสาน หากพบการดำเนินการที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามอำนาจ ทั้งการเพิกถอนสิทธิการประกอบกิจการและการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและความคาดหวัง
ประชาชนรอบพื้นที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งนี้ ชุมชนคาดหวังให้ผลการตรวจน้ำออกมาชัดเจนและหน่วยงานรัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำในพื้นที่
| มาตรการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เก็บตัวอย่างน้ำ | ส่งตรวจที่จังหวัดชลบุรี ผลภายใน 30 วัน |
| ติดตั้ง CCTV | 2 จุด บริเวณด้านในและด้านหน้า |
| คำสั่งรื้อถอน | เต็นท์ 2 หลัง ให้ดำเนินการภายใน 30 วัน |
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการสุสานและสถานบริการทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาหรือฝังศพในเชิงกายภาพและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นย้ำว่าการแก้ไขต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยทั้งด้านสุขภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อม