กรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่จะใช้เป็น "New Jewish Cemetery" หรือสุสานชาวยิวแห่งใหม่ ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สร้างความกังวลแก่ชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยมีการระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีขนาดสามารถรองรับการฝังศพได้จำนวนมาก ทำให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานของจังหวัด
ผู้ว่าฯ ยืนยันไม่ต่อใบอนุญาต ไม่มีการฝังศพเพิ่มเติม
ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า จังหวัดจะไม่ดำเนินการต่อใบอนุญาตเพื่อให้มีการจัดตั้งสุสานเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว และยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการฝังศพในพื้นที่เป็นจำนวนมากตามที่เป็นข่าว โดยศพที่เคยมีการฝังก่อนหน้านี้ 1 ศพ ได้มีการย้ายออกไปแล้ว
คำชี้แจงจากผู้ว่าฯ ทำให้แนวคิดเรื่องการเปิดสุสานรองรับจำนวนมาก เช่นที่มีการอ้างว่าอาจรองรับได้ถึง 1,200 ร่าง ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของจังหวัด
ชาวบ้านลงพื้นที่ตรวจสอบ สภาพแวดล้อมและความเป็นจริง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ถูกกล่าวอ้าง พบว่าเนื้อที่มีรั้วและกำแพงปิดล้อมโดยรอบ ประตูทางเข้าล็อกแน่นหนา เป็นพื้นที่โล่งมีหญ้ารก และพบเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวน 2 หลัง ทั้งนี้บริเวณด้านหลังมีแหล่งน้ำธรรมชาติรวมถึงบ่อกุ้งและบ่อปลา ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวบ้านกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ผู้นำท้องถิ่นที่ลงตรวจพื้นที่ประกอบด้วย นางน้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ และผู้นำชุมชนอื่นๆ ได้ให้ข้อมูลว่า พื้นที่แห่งนี้มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่หลายปีก่อน แต่เงียบหายไปเป็นช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะกลับมีข่าวในระยะหลัง
- ขนาดพื้นที่: ประมาณ 6 ไร่ 20 ตารางวา
- ที่ตั้ง: หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า
- สภาพโดยรวม: มีรั้วสูง ประตูล็อก เต็นท์ 2 หลัง บริเวณใกล้เคียงมีบ่อกุ้งและบ่อปลา
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ขนาดพื้นที่ | 6 ไร่ 20 ตร.ว. |
| ตำแหน่งที่ตั้ง | หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา |
| สิ่งแวดล้อมใกล้เคียง | แหล่งน้ำธรรมชาติ บ่อกุ้ง บ่อปลา |
ความกังวลของคนพื้นที่และมาตรการที่ควรพิจารณา
ชาวบ้านที่อาศัยติดกับรั้วพื้นที่ ระบุว่าในช่วงแรกไม่ทราบเจตนาของพื้นที่ดังกล่าว และเคยได้ยินเสียงว่าอาจเป็นสถานประกอบการประเภทอื่น ก่อนจะมีจังหวะหนึ่งที่พบการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตเข้ามาในย่านนั้นโดยไม่มีโลงศพ ทำให้เกิดความหวาดวิตก แม้ผู้ว่าฯ จะยืนยันว่าศพที่เคยฝังได้ถูกย้ายออกไปแล้ว แต่ความกังวลด้านความโปร่งใส การใช้พื้นที่ และผลกระทบต่อแหล่งน้ำยังคงอยู่
ประเด็นดังกล่าวชี้ให้เห็นช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้จัดการที่ดิน เจ้าของกรรมสิทธิ์ หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน การมีข้อมูลที่ชัดเจนและการรับฟังความเห็นของชาวบ้านก่อนการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินขนาดใหญ่ จะช่วยลดความวิตกและป้องกันความขัดแย้ง
สิ่งที่ชุมชนและหน่วยงานอาจต้องทำร่วมกัน
เพื่อให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เกิดความสับสนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรมีการดำเนินการร่วมกันดังนี้
- หน่วยงานราชการให้ข้อมูลสถานะใบอนุญาตและข้อกฎหมายอย่างชัดเจนแก่ชุมชน
- การตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีการใช้พื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ
- การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงแผนการใช้ที่ดินต่อชาวบ้านอย่างโปร่งใส
กรณีสุสานหรือการจัดการศพมีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความเชื่อ วัฒนธรรม รวมทั้งข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเคารพสิทธิของชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมาย
ในระยะต่อไป หากมีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้องหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทีมข่าวจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป