ตำรวจแจ้งดำเนินคดี-ครอบครัวเหยื่อขอความเป็นธรรม
วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 กรณีเหตุการณ์รถชนท้ายและถูกรถคันเดียวกันขับชนซ้ำที่จังหวัดสระบุรี ได้รับความสนใจจากสาธารณะ หลังครอบครัวผู้เสียหายร้องเรียนผ่านเพจสาธารณะเพื่อขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าเหตุดังกล่าวมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และครอบครัวกังวลเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของฝ่ายผู้ต้องหา
จากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าได้ฟ้องร้องใน 3 ข้อหาหนัก ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการขับรถขณะเมาสุราและการกระทำที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อหาทั้งสามข้อไม่ได้ระบุข้อความครบถ้วนในเอกสารสื่อที่เผยแพร่
ผลตรวจเลือดพบระดับแอลกอฮอล์สูง
ครอบครัวผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยเครื่องพกพาไม่ได้ดำเนินการทันที โดยผู้ที่ตรวจวัดอ้างว่าอุปกรณ์ชุดตรวจหมด จึงส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ผลการตรวจเลือดชี้ว่าในเลือดพบแอลกอฮอล์ระดับ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการดำเนินคดีตามกฎหมายจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน
"ผมดื่มก่อนหน้านั้นวันนึงแล้ว ไม่ได้ดื่มวันนั้นหรอก...ผมตึงเกียร์ลงมามัน ดึงเลยเกียร์ R ลงมาซึ่งเกียร์ D ผมไม่รู้ตัว แล้วก็ขับ ปุ๊บมันก็ไปชนอีกครั้งหนึ่ง"
เป็นคำให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่เผยต่อสื่อมวลชน โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ชนครั้งที่สองเกิดจากความผิดพลาดในการเปลี่ยนเกียร์ของรถที่เป็นระบบอัตโนมัติ และตนไม่เจตนาจะขับชนซ้ำ
ข้อพิพาทเรื่องการเจรจาเยียวยา
ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าได้รับการเสนอเงินเพื่อยุติเรื่องจำนวน 100,000 บาท จากผู้ถูกกล่าวหา แต่ปฏิเสธการยุติคดีด้วยเงิน และยืนยันจะให้ดำเนินคดีจนกว่าจะถึงที่สุด ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาให้สัมภาษณ์ว่าได้เสนอค่าชดเชยและพูดถึงประเด็นการเรียกค่าเสียหายจากอีกฝ่ายที่ระบุเป็นจำนวน 200,000 บาท ซึ่งทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการเยียวยา
- ผลตรวจเลือด: 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- จำนวนเงินเสนอเพื่อยุติคดีที่ครอบครัวระบุ: 100,000 บาท
- จำนวนเงินที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าฝ่ายคู่กรณีเรียก: 200,000 บาท
| ประเด็น | ข้อมูลที่ปรากฏ |
|---|---|
| วันที่ที่สื่อสอบรายงาน | 7 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| ผลตรวจเลือด | 130 มก.% |
| ข้อกล่าวหา | ตำรวจแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา (ไม่ระบุรายละเอียดทั้งหมดในสื่อ) |
ข้อสังเกตด้านกระบวนการสืบสวนและความเชื่อมั่นของประชาชน
กรณีนี้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญด้านความเป็นธรรมและความโปร่งใสของกระบวนการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะเมื่อตัวอย่างการตรวจเบื้องต้นไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีและต้องส่งตรวจเลือด ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บางขั้นตอน
ในมุมมองของการบังคับใช้กฎหมาย คดีที่มีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างชัดเจน จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาความผิดและบทลงโทษ ในขณะเดียวกัน คำให้การของผู้ถูกกล่าวหาที่อ้างความผิดพลาดในการใช้เกียร์ก็จะถูกนำไปพิจารณาควบคู่กัน ทั้งหลักฐานเชิงวัตถุและคำให้การต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายยังมีท่าทีไม่ลงรอยเรื่องการเยียวยา ครอบครัวผู้เสียหายยืนยันจะให้คดีเดินหน้า ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาให้สัมภาษณ์ชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจในเจตนา ทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนและอัยการต้องพิจารณาต่อไป
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี รวมถึงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะแจ้งให้สาธารณะทราบเมื่อมีเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง