เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (21 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก. สน.เพชรเกษม ควบคุมตัวชายรายหนึ่งที่ถูกออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการเป็น บัญชีม้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าวิคตอเรีย แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหาและประวัติการจับกุม
ผู้ถูกจับระบุชื่อว่า นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ถูกจับตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสอบสวนที่เชื่อมโยงกับเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อให้โอนเงินโดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์
ที่มาของคดี
คดีดังกล่าวมีต้นตอมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างภายในมีพาสปอร์ตของชาวเมียนมา บัญชีและบัตรเอทีเอ็ม จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ และนัดให้ติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ซึ่งแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ สภ.เมืองภูเก็ต
ภายหลังมิจฉาชีพได้ล่อลวงให้ผู้เสียหายส่งรูปบัตรประชาชน และชักชวนให้โอนเงินจำนวนทั้งสิ้น 35,984.65 บาท เพื่อตรวจสอบ แต่เมื่อโอนเงินแล้วก็ขาดการติดต่อ จนนำไปสู่การแจ้งความและการสืบสวนจับกุมในที่สุด
คำให้การของผู้ต้องหาและเครือข่าย
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่าเริ่มต้นจากการโพสต์หางานผ่านเฟซบุ๊ก และถูกคนพาตัวไปยังจังหวัดสระแก้ว ก่อนจะถูกชายต่างชาติบังคับข้ามฝั่งไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในช่วงที่อยู่ที่นั่นมีการสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีม้าและสอนการตัดต่อพาสปอร์ต จากนั้นผู้ต้องหาตัดสินใจหนีกลับเข้ามาในประเทศไทย
การตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่ามีหมายจับจากศาลจังหวัดร้อยเอ็ดอีกหนึ่งหมาย และมีประวัติถูกอายัดบัญชีจากหน่วยงานตำรวจหลายแห่งทั่วประเทศเกือบ 20 สถานี ส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงกำลังติดตามเครือข่ายบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับการฉ้อโกงในวงกว้าง
ผลกระทบต่อประชาชนและคำแนะนำจากหน่วยงาน
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการใช้บัญชีม้าในการฟอกเงิน ยังคงเป็นภัยที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมิจฉาชีพใช้วิธีแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ
- ห้ามส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายบัตร หรือข้อมูลทางการเงิน ให้กับผู้ที่ไม่รู้จัก
- หน่วยงานราชการมักไม่แจ้งเรื่องสำคัญทางโทรศัพท์แล้วให้โอนเงิน หากสงสัยให้ติดต่อสายตรงของหน่วยงานนั้นๆ
- กรณีถูกชักชวนให้โอนเงินหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่น ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือแจ้งความกับตำรวจทันที
| เหตุการณ์ | วัน/เวลา |
|---|---|
| การหลอกลวงเริ่มต้น | 19 เมษายน 2567 |
| ยอดเงินที่ผู้เสียหายโอน | 35,984.65 บาท |
| การจับกุม | เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ส.ค. (สถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม) |
แนวทางการดำเนินคดีต่อ
ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามหมายจับและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายที่ใช้บัญชีม้ากระจายเงินได้ทั่วประเทศ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง ควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อมีคนโทรศัพท์หรือส่งข้อความอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่และมีการขอข้อมูลหรือให้โอนเงิน หากสงสัยควรติดต่อสอบถามโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งความกับตำรวจทันที
ข่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยทางการเงินของประชาชนและภาคการท่องเที่ยว ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบหากเครือข่ายเหล่านี้ยังกระทำผิดโดยไม่ถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด