เมื่อเวลา 23.19 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ตม.ชลบุรี) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พม.), กองสวัสดิการเทศกิจเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่กิจการพิเศษ ลงพื้นที่กวาดล้างกลุ่มขอทาน คนเร่ร่อน และผู้ที่ก่อปัญหาสังคมในพื้นที่เมืองพัทยา
การปฏิบัติการและจุดที่พบเหตุ
กำลังเจ้าหน้าที่กระจายตรวจบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาสาย 2 พัทยาใต้ และซอยบัวขาว รวมถึงพื้นที่ใกล้สถานบันเทิงที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาแน่น การลาดตระเวนพบกลุ่มขอทานสัญชาติกัมพูชาจำนวนหนึ่ง นำเด็กเล็กมานั่งขอเงินตามชายหาดและริมถนน เด็กมีอายุระหว่าง 7 เดือน ถึง 13 ปี และบางกลุ่มเริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็น ก่อนกระจายตามจุดท่องเที่ยวหลัก
การควบคุมตัวและขั้นตอนการตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าบางคนหลบหนีเข้าตรอกซอกซอย แต่มีผู้ถูกควบคุมตัวไว้ได้ เบื้องต้นควบคุมตัวชาวกัมพูชาได้รวม 10 ราย เป็นหญิง 9 ราย ชาย 1 ราย พร้อมเด็กอีก 4 คน นำตัวส่งเข้าตรวจสอบที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา นอกจากนี้ยังควบคุมคนขอทานและคนเร่ร่อนสัญชาติไทยอีก 8 ราย ส่งให้ พม.ชลบุรีตรวจสภาพความเป็นอยู่และประเมินความต้องการช่วยเหลือต่อไป
“กลับไปแล้ว จะเอาอะไรกิน”
ระหว่างการควบคุมตัว หญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ต้องการกลับประเทศเพราะไม่มีรายได้และต้องดูแลบุตรอีก 3 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะตรวจสอบประวัติการเดินทาง เอกสารประจำตัว และสถานะการเข้าเมืองของชาวกัมพูชา หากพบการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและส่งกลับประเทศต้นทางตามขั้นตอน
มุมมองด้านความปลอดภัยของเด็กและการค้ามนุษย์
เจ้าหน้าที่เน้นเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า การให้เงินแก่ขอทานอาจเป็นการส่งเสริมให้มีการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอความสงสาร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากเด็กหรือการค้ามนุษย์ได้ และแนะนำให้แจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบเหตุสงสัย
- ผู้ถูกควบคุมชาวกัมพูชา: 10 ราย (หญิง 9, ชาย 1) พร้อมเด็ก 4 คน
- ผู้ถูกควบคุมชาวไทย: 8 ราย (ชาย 7, หญิง 1)
- ช่วงอายุเด็กที่พบ: 7 เดือน–13 ปี
| ประเภท | จำนวน |
|---|---|
| ชาวกัมพูชาที่ควบคุม | 10 |
| เด็กที่พบร่วมด้วย | 4 |
| ขอทาน/คนเร่ร่อนชาวไทย | 8 |
บทบาทหน่วยงานและช่องทางแจ้งเหตุ
ทาง พม.จะเป็นผู้ประเมินสภาพความเป็นอยู่ของผู้ควบคุมตัวที่เป็นคนไทย และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีผู้ถูกควบคุมเป็นบุคคลต่างด้าว ส่วนตม.ชลบุรีจะตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการเดินทางเข้ามาในประเทศ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายคนเข้าเมืองและขั้นตอนส่งกลับประเทศ
ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พบเห็นกรณีขอทาน เด็กถูกนำมาแสวงหาประโยชน์ คนไร้ที่พึ่ง หรือเหตุที่สงสัยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งสายด่วน พม. หมายเลข 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือตามหน้าที่
ความหมายต่อการท่องเที่ยวและการจัดการสังคม
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความท้าทายในด้านการจัดการคนไร้ที่พึ่งและการบังคับใช้กฎหมายด้านการเข้าเมืองในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ต้องทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและเครือข่ายเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็กและรักษาภาพลักษณ์ความปลอดภัยของพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก
การดำเนินการต่อไปจะขึ้นกับผลการตรวจสอบเอกสารและสถานะการเข้าเมืองของผู้ถูกควบคุม รวมถึงการประเมินสภาพความเป็นอยู่ของผู้ถูกจับกุมเพื่อจัดให้ได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิและบทบาทของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
รายงานจากพื้นที่เมืองพัทยา: รายงานโดย ทีมข่าวจังหวัดชลบุรี, WE NEWS