ฉะเชิงเทรา — การขยายผลตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจชาวต่างชาติซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการจัดการสุสานและการฝังศพที่น่าสงสัย ก้าวเข้าสู่พื้นที่เชื่อมโยงในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึง จังหวัดชลบุรี โดยผู้เกี่ยวข้องสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดค้นข้อมูลด้านสัญชาติ แหล่งเงิน และกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงและหากพบความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ขยายผลตรวจสอบ 3 จังหวัด พบเครือข่ายเชื่อมโยง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบกรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และเปิดเผยว่าการตรวจสอบขยายผลไปยังเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยใน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และภูเก็ต โดยมีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงหน่วยงานด้านการปกครองและสาธารณสุข เจาะลึกตรวจสอบที่มาของเงินและการดำเนินธุรกิจ
พบร่างฝังในพื้นที่-ตั้งคำถามการปฏิบัติตามกระบวนการ
การตรวจสอบเขตสุสานดังกล่าวพบว่ามี ร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย อยู่ภายในพื้นที่ โดยระบุปีการเสียชีวิตเป็นปี พ.ศ. 2566, พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2569 ในจำนวนนี้ 3 รายถูกฝังและโบกปูนแล้ว ขณะที่อีก 1 รายยังอยู่ใต้ผ้าใบคลุมและยังไม่ได้โบกปูน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการนำร่างเข้าฝังในช่วงที่ใบอนุญาตสถานที่อาจหมดอายุหรือไม่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว
“หากมีชาวต่างชาติเข้ามาแล้วเสียชีวิต แต่ไม่มีการแจ้งหน่วยงานรัฐบาลเลย และอยู่ดีๆ ก็นำร่างมาไว้ มันถูกต้องตามกฎหมายและกระบวนการของไทยหรือไม่”
คำกล่าวของ มท.2 สะท้อนประเด็นสำคัญที่ทางการต้องการคำตอบ คือ ตัวบุคคลที่ถูกฝังเป็นใคร เป็นชาวต่างชาติจริงหรือไม่ ชื่อบนป้ายหลุมตรงกับร่างหรือไม่ และการเสียชีวิตได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายหรือไม่
หน่วยงานที่ถูกสั่งให้ตรวจสอบและมาตรการที่เป็นไปได้
นอกเหนือจากการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและสาเหตุการตายแล้ว มท.2 ได้สั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบเชิงลึกด้านการเงินและการดำเนินธุรกิจ โดยระบุว่า หากพบความผิดชัดเจนอาจมีทั้งการถอนสัญชาติและการอายัดทรัพย์สิน
- หน่วยงานที่ถูกสั่งให้ตรวจสอบ: DSI, ปปง., กรมการปกครอง, สาธารณสุข
- ประเด็นหลักการตรวจสอบ: สัญชาติของผู้เสียชีวิต, สาเหตุการตาย, การแจ้งต่อหน่วยงานราชการ, แหล่งที่มาของเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
- มาตรการที่อาจใช้: ถอนสัญชาติ (หากมีการทุจริตเกี่ยวกับสถานะ), อายัดทรัพย์สิน
ข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องสุสาน
ในทางกฎหมาย มท.2 ยังได้ชี้ประเด็นว่า พระราชบัญญัติสุสาน พ.ศ. 2528 ซึ่งกำหนดโทษปรับในลักษณะเบื้องต้นมีจำนวนไม่มาก (โทษปรับเพียง 2,000 บาทตามที่ถูกกล่าวถึง) และไม่สอดรับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงต้องพิจารณาการใช้กฎหมายอื่นและมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้การบังคับใช้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กรณีการเคลื่อนย้ายร่างและความเคลื่อนไหวของเอกชน
ในรายงานระบุว่าบริษัทหนึ่ง ได้แก่ บริษัท กาน ชาบาด จำกัด มีการแจ้งความประสงค์จะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่เพื่อไปยังสุสานในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม มท.2 ให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ข้อมูลและเอกสารยืนยันก่อนการเคลื่อนย้ายใด ๆ เพื่อป้องกันการอำพรางหรือการเคลื่อนย้ายซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจพิสูจน์และการดำเนินคดี
| จังหวัด | สถานะการตรวจพบ |
|---|---|
| ฉะเชิงเทรา | สุสานพบร่างผู้เสียชีวิต 4 ราย |
| ชลบุรี | เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ขยายผลตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจ |
| ภูเก็ต | เป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางธุรกิจที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม |
กรณีนี้มีความสำคัญต่อการติดตามการเคลื่อนไหวของเงินทุนและกิจการที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในพื้นที่ชายฝั่งและเมืองท่องเที่ยวซึ่งรวมจังหวัดชลบุรีไว้ด้วย การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นตัวชี้วัดความเข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันการลักลอบใช้อาณาเขตไทยในรูปแบบที่อาจส่งผลกระทบทั้งด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ของภาคธุรกิจท้องถิ่น
ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการรวบรวมข้อมูลและรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีความคืบหน้าจะติดตามรายงานต่อไป