เจ้าหน้าที่เข้าตรวจโกดังหลังร้องเรียน พบกิจการคัดแยกขยะอันตรายขนาดใหญ่
เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจ บุกตรวจสอบโกดังจำนวน 3 หลัง ในหมู่ 6 ตำบลหนองหงษ์ อำเภอพานทอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการลักลอบประกอบกิจการเกี่ยวกับขยะอันตราย
ภายในพื้นที่ตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบการคัดแยกวัสดุหลายประเภท ได้แก่ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก อะลูมิเนียม แผงวงจรไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเทียม รวมปริมาณวัตถุดิบที่พบทั้งหมดประมาณ เกือบ 100 ตัน โดยพบการนำเศษแผงวงจรและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนไปผสมกับปูน ก่อนบรรจุกระสอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะเตรียมนำออกไปกำจัดหรือเคลื่อนย้ายต่อไป
- จำนวนโกดังที่ตรวจ : 3 หลัง
- ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ : รวมเกือบ 100 ตัน
- แรงงานที่พบ : แรงงานชาวเมียนมา 15 คน (มีเอกสาร 3 คนเป็นเอกสารทำงานในจังหวัดสมุทรปราการ)
แรงงานต่างด้าวและเอกสารการทำงานที่ต้องตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 15 คน ซึ่งมีเพียง 3 คนที่มีเอกสาร แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารการทำงานที่ลงทะเบียนไว้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนแรงงานที่เหลือเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและสิทธิการทำงานอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสถานะและความถูกต้องตามกฎหมาย
ประเด็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในกิจการประเภทนี้มีนัยสำคัญทางกฎหมายและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการคุ้มครองสิทธิแรงงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการขยะอันตราย ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบาะแสเชื่อมโยงนายทุนต่างชาติและการใช้ชื่อคนไทยเช่าพื้นที่
จากข้อมูลที่ได้รับ ระบุว่าสถานประกอบการแห่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับนายทุนชาวจีน และมีการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยในการเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินกิจการ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงและตรวจสอบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการนำเข้า เศษอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศมาประกอบกิจการหรือไม่
"เคลียร์"
ระหว่างการตรวจค้น ปรากฏว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งโทรศัพท์ติดต่อขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นช่วย "เคลียร์" เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ผู้นำท้องถิ่นได้ปฏิเสธและยืนยันว่าจะไม่เจรจาใด ๆ กับผู้ที่พยายามขอให้ยุติการตรวจสอบ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปตามกฎหมายและความโปร่งใส
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม
การเก็บรวบรวมและคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้มาตรฐาน มีความเสี่ยงต่อมลพิษทั้งทางดิน น้ำ และอากาศ โดยเฉพาะสารอันตรายจากแผงวงจรและแบตเตอรี่ลิเทียม ซึ่งหากไม่มีการควบคุมอย่างถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนโดยรอบและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนระบุความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ไม่ชัดเจนและการเคลื่อนย้ายวัสดุจำนวนมากกลางดึก ทำให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบเพื่อตัดวงจรความเสี่ยงดังกล่าว
การดำเนินการของหน่วยงานและขั้นตอนต่อไป
ขณะนี้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจยึดพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งด้านเอกสารผู้ประกอบการ สถานะแรงงานต่างด้าว และแนวทางการจัดการขยะอันตรายตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามมาตรการที่กฎหมายกำหนด
| หัวข้อ | ข้อมูลที่ตรวจพบ |
|---|---|
| จำนวนโกดัง | 3 หลัง |
| ปริมาณวัสดุ | เกือบ 100 ตัน (ขยะอิเล็กทรอนิกส์/แผงวงจร/แบตเตอรี่) |
| แรงงานต่างด้าว | 15 คน (มีเอกสาร 3 คน) |
การตรวจค้นครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเป็นช่องว่างสำหรับการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และอาจมีเครือข่ายข้ามชาติที่ใช้บุคคลในประเทศเป็นผู้เช่าพื้นที่แทน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะขยายผลการสืบสวนเพื่อตรวจสอบต้นทางของวัสดุและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องต่อไป
หมายเหตุ: รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากการตรวจค้นและการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ณ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569; การดำเนินคดีและผลการสืบสวนเพิ่มเติมจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป