กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลการตรวจค้นเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ถูกสงสัยว่าประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยใช้นอมินีคนไทยถือครองทรัพย์สินและเอกสารแทนบุคคลต่างด้าว ซึ่งมีการตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 และพบพยานหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การสืบสวนเพิ่มเติม ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
คดีและหลักฐานที่ตรวจยึด
ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าของคดีพิเศษหมายเลข 135/2569 ว่า จากการปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 จุดในเมืองพัทยา พบการตรวจยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุที่มีความสำคัญต่อการสืบสวนสอบสวน โดยข้อมูลเชิงนิติสัมพันธ์ชี้ว่ามีชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนิติบุคคลและการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
"ข้อมูลที่พบตอนนี้เชื่อว่าทั้งคู่ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเล็กน้อย และต้องรู้จักกันอยู่แล้ว"
คำพูดดังกล่าวอ้างถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ กับบุคคลอื่นในเครือข่าย ที่แม้เบื้องต้นยังไม่พบลิงก์โดยตรง แต่มีหลักฐานเชิงบริบทและการทำธุรกรรมที่บ่งชี้ถึงการประสานงานระหว่างเครือข่ายชาวอิสราเอลในพื้นที่ภาคตะวันออก
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการกำกับดูแลพื้นที่
การสืบสวนครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อการกำกับดูแลทรัพย์สินและการลงทุนในพื้นที่ชลบุรี โดยเฉพาะเมืองพัทยาที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและมีการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หากเป็นความจริงว่าใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย จะส่งผลต่อความโปร่งใสในการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในพื้นที่
ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรมระบุด้วยว่า หากพิจารณาถึงมูลค่ารายการอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่เครือข่ายชาวอิสราเอลทั่วประเทศถือครองในเบื้องต้น พบว่าสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ซื้อที่ดินและประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท
ผู้ถูกกล่าวหา-ความเชื่อมโยง
เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมออกหมายเรียกบุคคลสำคัญที่ตกเป็นเป้าสืบสวน หนึ่งในนั้นคือ ไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวอิสราเอลที่มีบทบาทในพื้นที่ภาคตะวันออก และเชื่อมโยงกับบริษัทหลายแห่ง รวมถึงมีการกล่าวถึงความเกี่ยวพันกับบุคคลในเครือข่ายศาสนาและชุมชนชาวยิวในไทย แต่ในทางกฎหมายยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้
- คดีเลขที่: 135/2569
- พื้นที่ตรวจค้น: เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
- ประเด็นข้อหา: ฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ใช้นอมินี)
ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการสอบสวน
ตามกระบวนการ DSI จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากเอกสารทางธุรกิจ บัญชีและรายการทรัพย์สิน และออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่ามีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีอาญาและมาตรการยึดอายัดทรัพย์ได้ตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
| รายการ | ข้อมูลที่พบ |
|---|---|
| วันที่ตรวจค้น | 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| พื้นที่ | เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี |
| คดีพิเศษ | คดีที่ 135/2569 |
| มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ | เบื้องต้นระดับหมื่นล้านบาท (ทั่วประเทศ) |
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เรื่องนี้เป็นสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่กำลังเข้มงวดกับการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นข้อสงสัยว่าพยายามใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อหลบเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมายยังต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา และผลสอบสวนจะเป็นตัวชี้ชัดต่อการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ในฐานะผู้สื่อข่าวที่ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จะรายงานความคืบหน้าของการออกหมายเรียกและการดำเนินคดี รวมถึงผลการตรวจสอบเชิงบัญชีและนิติสัมพันธ์ของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ทราบถึงผลกระทบทั้งด้านกฎหมายและเศรษฐกิจในพื้นที่ชลบุรีต่อไป